วันที่ 8 ส.ค. 2569 แม่ของนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใน อ.เมืองมหาสารคาม ได้ออกมาร้องเรียนว่า ลูกชายถูกเด็กรุ่นน้องชั้น ม.2 ในโรงเรียนเดียวกัน ทำร้ายร่างกายด้วยการชกเข้าที่ใบหน้า ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ปากแตก และมีอาการปวดกราม ซึ่งเหตุการณ์การทำร้ายร่างกายนั้น ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ตอนแรกมองว่าเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายหยอกล้อกัน แต่ครั้งล่าสุดถึงขั้นเลือดตกยางออก ซึ่งมองว่ามันรุนแรงเกินไป และเมื่อมีการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ ก็พูดแต่ว่าเด็กหยอกล้อกัน โดยที่ไม่มีคำขอโทษใด ๆ ซึ่งตนยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
แม่ของนักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า ลูกชายของตนถูกเพื่อนในโรงเรียนบางกลุ่มบูลลี ตั้งแต่ลูกอยู่ ม.2 ก็ถูกแกล้งมาตลอด เนื่องจากลูกของตนไม่สู้คน พยายามหลีกเลี่ยงไม่อยากมีเรื่อง แต่ก็มีการรวมกลุ่มกันมาแกล้งหลายครั้ง ในตอนนั้นพ่อกับแม่มองว่า น่าจะเป็นการหยอกล้อของเด็กผู้ชายทั่วไป มีการพูดคุยกับทางโรงเรียนแล้ว ตนก็ไม่ได้ติดใจ
ต่อมา เมื่อลูกขึ้นชั้น ม.3 ตนทราบข่าวจากเพื่อน ๆ ในห้องของลูก ซึ่งผู้ปกครองไลน์มาบอกตนว่า ลูกถูกเพื่อนแกล้งบ่อย น่าสงสารมาก ตนจึงได้สอบถามเรื่องราวในกลุ่มไลน์ของโรงเรียน แต่ทางคุณครูไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แสดงให้เห็นว่าครูเพิกเฉยในการดูแลเด็ก ไม่ได้ใส่ใจเด็กเลย
จนกระทั่ง เมื่อเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ลูกถูกทำร้ายอีก ตนได้แจ้งคุณครู แจ้งทางโรงเรียน ซึ่งตนได้บอกว่าจะไปแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับทาง สพฐ.ว่าทางโรงเรียนไม่ได้สนใจเด็กนักเรียน ปล่อยให้เด็กนักเรียนมีการรังแกกันที่โรงเรียน ปรากฏว่ามีคณะครูมาหาถึงที่บ้าน ขอร้องว่าอย่าไปแจ้งเรื่องกับ สพฐ. เด็กแค่ทะเลาะกัน ส่วนเรื่องที่ครูเพิกเฉย มันจะมีผลกระทบกับทางโรงเรียน ตนก็คิดว่าลูกใกล้จะเรียนจบแล้ว ก็อดทนอดกลั้น
จากนั้น เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเด็ก ม.2 พร้อมกับเพื่อนอีกคน มาตบหัวลูกอีก ลูกตนก็ตบคืนแล้วเดินหนี พวกเด็ก ม.2 ก็เดินตามมาถามว่า มึงจะไปไหน ลูกตนไม่ตอบ เด็ก ม.2 จึงได้ชกเข้าที่หน้าลูกตนจนปากแตก เลือดไหล ปวดกราม ทานข้าวลำบาก ตนไปสอบถามที่โรงเรียน ขอดูกล้องวงจรปิด ถาม รปภ.บอกว่า กล้องเสีย ถามครูก็บอกไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งตรงที่ลูกถูกทำร้าย เป็นบริเวณด้านหน้าทางเข้าออกโรงเรียน มันไม่มีกล้องจริง ๆ ใช่ไหม
ตนได้พาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาสารคาม แพทย์ลงความเห็นว่า มีบาดแผลบริเวณในช่องปาก ร่วมกับปวดบริเวณคาง หลังจากนั้น ตนจึงแจ้งความที่ สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อดำเนินคดีกับเด็กคู่กรณี และแม่ได้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมหาสารคามแล้ว
แม่ของนักเรียนชั้น ม.3 กล่าวว่า กล่าวอีกว่า ตนคิดในใจว่าน่าจะพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็ก ม.2 ในการอบรมสั่งสอนลูกได้ ส่วนคุณครูก็น่าจะหาทางออกที่ดีให้กับนักเรียนที่เกเร แต่ก็ทราบจากคุณครูว่า ทำอะไรไม่ได้นอกจากแค่ตักเตือน ส่วนแม่ของเด็ก ม.2 บอกแค่เพียงว่า ลูกของเค้าแค่หยอกล้อ ฟังแล้วแม่ไม่โอเค
คุณแม่ เล่าต่อว่า เรื่องที่ลูกชายถูกแกล้ง ถูกบูลลีในโรงเรียน มองว่าหากลูกชายถูกกดดันหนักๆ เข้า มันอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้น เพราะลูกชายเคยพูดให้แม่ฟังว่า ถ้าเราไม่สู้ เราก็ตาย คนเป็นแม่ไม่มีใครรับได้ ลูกชายน่าจะโดนมานานแล้ว แม่กลัวมาก กลัวว่าลูกชายจะทำอะไรโดยไม่คาดคิด เพราะพ่อเค้าเป็นตำรวจ เด็กเคยเห็นสิ่งของพวกนี้ (ปืน) แม่เคยเตือนคุณครูไปด้วยว่า ถ้าวันนึงเค้าถืออาวุธ แล้วก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนที่ทำร้ายเค้า คนที่บูลลีเค้า ใครจะรับผิดชอบ ทุกครั้งที่เกิดเหตุทำร้ายร่างกาย ลูกชายจะบอกว่าไม่เป็นไร แม่อย่าไปด่าเค้า ยิ่งแม่เห็นข่าวเหตุกราดยิงที่กรุงเทพฯ แล้วแม่ร้องไห้เลย กลัวว่าวันนึงเหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับเรา