ไม่รอด! บุกจับ มือขวาบอสจีน คดีฟอกเงิน เครือข่ายคอกม้า พบเงินหมุนเวียนมหาศาล
ไม่รอด! บุกจับ มือขวาบอสจีน คดีฟอกเงิน เครือข่ายคอกม้า พบเงินหมุนเวียนมหาศาล
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่รอด! บุกจับ มือขวาบอสจีน คดีฟอกเงิน เครือข่ายคอกม้า พบเงินหมุนเวียนมหาศาล

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) สั่งการให้ พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผู้กำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผกก.สส.บก.น.8) นำกำลังเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวน บก.น.8 เข้าจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 543/2569 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน โดยสามารถควบคุมตัวได้บริเวณหน้าคอนโดสุขเกษมเพลส ก่อนเข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 223 ซอยหัวหมาก 12 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการจับกุมต่อเนื่องจากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งพบข้อมูลเกี่ยวกับการนำเงินสดจากเครือข่าย คอกม้า ไปแลกเป็นเหรียญดิจิทัล USDT ผ่านช่องทางผิดกฎหมายเพื่อส่งต่อให้ผู้บงการชาวจีน นอกจากนี้ยังพบยาเคตามีน น้ำหนัก 2.56 กรัม ยาแฮปปี้วอเตอร์ 5 ถุง น้ำหนักรวม 36.12 กรัม และรถยนต์อีก 1 คัน

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.8 ดำเนินการสืบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ ก่อนขยายผลไปยังเครือข่าย คอกม้า ที่ทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีที่ใช้หลอกลวงผู้เสียหาย จนนำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 6 ราย ในข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.บุคคโล เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเส้นทางการเงินอย่างต่อเนื่อง จนพบว่า เงินสดที่เครือข่ายคอกม้าถอนออกมาจะถูกส่งต่อให้ นายเอ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับเงินสดไปเก็บรวบรวม ก่อนนำไปส่งยังร้านแลกเงินและจุดแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีผิดกฎหมายในย่านที่พักของชาวจีน เพื่อแปลงเป็นเหรียญดิจิทัลและโอนกลับไปยังผู้บงการชาวจีน

ต่อมา เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ นายเอ อย่างใกล้ชิด กระทั่งพบว่าเดินทางไปรับเงินสดจากเครือข่ายคอกม้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีของ สภ.สามพราน จังหวัดนครปฐม จึงประสานข้อมูลกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) ก่อนสามารถจับกุมสมาชิกเครือข่ายคอกม้าเพิ่มเติมได้อีก 2 ราย และขยายผลเข้าจับกุม นายเอ พร้อมตรวจยึดเงินสดและยาเสพติดภายในห้องพัก

จากการสอบสวน นายเอ ให้การรับสารภาพว่า เงินสดที่ตรวจยึดได้เป็นเงินที่ได้รับคำสั่งจากผู้บงการชาวจีนให้ไปรับจากเครือข่ายคอกม้าตามจุดต่าง ๆ เพื่อนำไปแลกเป็นเหรียญดิจิทัลสกุล USDT ผ่านตลาดมืด ก่อนส่งกลับไปยังผู้บงการในต่างประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน ส่วนยาเสพติดที่พบในห้องพัก ยอมรับว่าซื้อมาเพื่อเสพเอง และบางส่วนจำหน่ายให้กับกลุ่มนักท่องราตรีชาวจีน

จากการขยายผลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบหลักฐานการนำเงินสดไปแลกคริปโทเคอร์เรนซีตามจุดต่าง ๆ รวม 3 แห่ง อีกทั้งยังตรวจพบเส้นทางการโอนเหรียญดิจิทัลไปยังผู้บงการชาวจีน มียอดเงินหมุนเวียนรวมกว่า 1,660,000 USDT หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 54.8 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการก่อเหตุหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายเอ พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บุคคโล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และเดินหน้าขยายผลไปยังเครือข่ายแลกเงินและแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับขบวนการดังกล่าวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ