กระจ่างเเล้ว! กพฐ. ชี้แจงสาเหตุ ปมสั่งย้าย 40 ผอ.เขตฯ กะทันหัน
กระจ่างเเล้ว! กพฐ. ชี้แจงสาเหตุ ปมสั่งย้าย 40 ผอ.เขตฯ กะทันหัน
ข่าวสังคม - โซเชียล

กระจ่างเเล้ว! กพฐ. ชี้แจงสาเหตุ ปมสั่งย้าย 40 ผอ.เขตฯ กะทันหัน

ฟังข่าวนี้

จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังมีการร้องเรียนกรณีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกคำสั่งย้ายและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) จำนวน 40 ราย โดยเอกสารคำสั่งระบุให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้มีการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาไปดำรงตำแหน่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งใหม่

ผู้ร้องเรียนระบุว่า การย้ายครั้งนี้เป็นการย้ายแบบกะทันหัน โดยข้าราชการทั้ง 40 รายไม่ทราบล่วงหน้า อีกทั้งเกิดขึ้นก่อนช่วงฤดูกาลโยกย้ายประจำปีในเดือนตุลาคม และไม่ได้มีการสอบถามความสมัครใจของผู้ถูกย้าย ทำให้หลายคนไม่มีเวลาเตรียมจัดการภาระส่วนตัวในพื้นที่เดิม รวมถึงกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ

ต่อมา วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า กระบวนการโยกย้ายข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีหลายรูปแบบ โดยการย้ายครูและผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องยื่นคำร้องขอย้าย แต่สำหรับการย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง ไม่มีกฎระเบียบกำหนดว่าจะต้องยื่นคำร้องขอย้าย เพียงแต่สามารถแสดงความจำนงไว้ได้ ซึ่งได้สอบถามไปยังหน่วยงานด้านการบริหารงานบุคคลว่ามีผู้แสดงความประสงค์ไว้หรือไม่

นายพิเชฐกล่าวว่า ข้อสงสัยที่ว่าการย้าย ผอ.เขตฯ จะต้องดำเนินการในเดือนตุลาคมนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจาก สพฐ. ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบว่าสามารถย้ายได้เฉพาะช่วงดังกล่าว แต่สามารถดำเนินการได้เมื่อมีเหตุอันสมควร พร้อมยกตัวอย่างว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ก็เคยมีการย้ายผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามาแล้ว

สำหรับการย้ายในครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากการที่มีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง โดยการโยกย้ายต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และต้องนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด พร้อมทั้งมีคณะกรรมการกลั่นกรองความเหมาะสมก่อนเสนอให้มีมติย้าย

นายพิเชฐยืนยันว่า แม้จะมีการย้ายถึง 40 ราย แต่ถือเป็นการดำเนินการตามระเบียบทุกขั้นตอน โดยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ก็เคยมีการโยกย้ายถึง 56 ราย จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือมีอคติต่อบุคคลใด

ส่วนข้อกังวลว่าการย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันนั้น นายพิเชฐระบุว่า กระบวนการไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่ดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการ โดยในชั้นการกลั่นกรองจำเป็นต้องรักษาความลับของข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณา พร้อมย้ำว่า การโยกย้ายข้าราชการทุกประเภทถือเป็นเรื่องที่ต้องรักษาความลับจนกว่าจะมีมติจากคณะกรรมการ ก.ค.ศ.

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าการพิจารณาของคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ไม่มีประเด็นส่วนตัวแอบแฝง และการย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นไปตามความเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ไม่ใช่มาตรการลงโทษ แม้บางรายจะถูกย้ายข้ามภูมิภาคก็ตาม โดยย้ำว่าไม่มีการกลั่นแกล้งผู้ใด

กรณีที่มีข้อกังวลว่าการย้ายอาจส่งผลต่อการประเมินผลงานของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ถูกย้าย นายพิเชฐกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีผู้ใดอยู่ในช่วงประเมินผลงานบ้าง และจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของ ก.ค.ศ. พร้อมเปิดรับฟังข้อกังวลและหารือร่วมกับผู้ได้รับผลกระทบ

นายพิเชฐยังเปิดเผยว่า ในเดือนตุลาคม 2569 จะมีตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาว่างเพิ่มเติมอีก 5 ตำแหน่งจากการเกษียณอายุราชการ โดยหลักการจะเปิดโอกาสให้ผู้ดำรงตำแหน่งเดิมเลือกย้ายก่อน และหากยังมีตำแหน่งว่าง จึงจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ได้รับการบรรจุใหม่เข้ามาเลือกตำแหน่งต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับคำสั่งย้ายทั้ง 40 ราย สามารถยื่นความประสงค์ขอเบิกค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและค่าเช่าบ้านได้ตามระเบียบ พร้อมย้ำว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของราชการ ผู้ได้รับผลกระทบยังมีสิทธิขอโอนย้ายตามความเหมาะสมในรอบถัดไป และไม่ได้ถูกตัดสิทธิหรือเสียโอกาสในการโยกย้ายแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ