สืบ สตม. รวบแล้ว เครือข่ายแก๊งยาเสพติดเวียดนาม หลัง ป.ป.ส. ประสานข่าวกรอง เร่งล่าตัว
สืบ สตม. รวบแล้ว เครือข่ายแก๊งยาเสพติดเวียดนาม หลัง ป.ป.ส. ประสานข่าวกรอง เร่งล่าตัว
ข่าวสังคม - โซเชียล

สืบ สตม. รวบแล้ว เครือข่ายแก๊งยาเสพติดเวียดนาม หลัง ป.ป.ส. ประสานข่าวกรอง เร่งล่าตัว

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการ สตม. และคณะผู้บริหาร ได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับคดีอาญาร้ายแรง เพื่อสนองนโยบาย ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ และ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ ไม่ให้รอด

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.30 น. พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผกก.2 บก.สส.สตม.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.รัชกฤช รัมจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงบัณฑิตย์ สารวัตร กก.2 บก.สส.สตม. ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.สุรสิทธิ์ อาจจำนงค์ นำชุดสืบสวนและชุดปฏิบัติการที่ 3 เข้าควบคุมตัว MR. A (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี สัญชาติเวียดนาม บริเวณหน้าบ้านพักย่านร่มเกล้า เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ประสานมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อขอให้เพิกถอนการตรวจลงตรา (วีซ่า) และดำเนินการควบคุมตัวบุคคลตามหมายจับของทางการเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด และมีพฤติการณ์หลบหนีเข้ามาเคลื่อนไหวในประเทศไทย

ต่อมา เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่าพบผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ย่านร่มเกล้า จึงได้เข้าเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ กระทั่งพบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบหนังสือเดินทางและยืนยันตัวบุคคล ก่อนควบคุมตัวมายัง บก.สส.สตม. เพื่อแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับ MR. A เป็นบุคคลตามหมายจับของกรมตำรวจปราบปรามยาเสพติด สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Counter Narcotics Police Department : CND) ในคดียาเสพติด และเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยได้มีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว

การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยและต่างประเทศ ในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดข้ามชาติ และเป็นการตอกย้ำนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งหลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวของอาชญากรข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ