ไม่รอด! สืบ สตม. บุกล็อกตัว 2 อาชญากรสำคัญชาวสวีเดน หนีหมายจับคดีรุนแรง ซุกคอนโดหรูย่านพระราม 9
ไม่รอด! สืบ สตม. บุกล็อกตัว 2 อาชญากรสำคัญชาวสวีเดน หนีหมายจับคดีรุนแรง ซุกคอนโดหรูย่านพระราม 9
ข่าวอาชญากรรม

ไม่รอด! สืบ สตม. บุกล็อกตัว 2 อาชญากรสำคัญชาวสวีเดน หนีหมายจับคดีรุนแรง ซุกคอนโดหรูย่านพระราม 9

ฟังข่าวนี้

วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับ กก.2 บก.สส.สตม. เข้าจับกุมชายชาวสวีเดน ผู้ต้องหาตามหมายจับของประเทศสวีเดน ซึ่งหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทยและซ่อนตัวอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9 กรุงเทพมหานคร พร้อมจับกุมเพื่อนร่วมชาติที่ให้ความช่วยเหลือด้านที่พักและอำนวยความสะดวกในการหลบซ่อน

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. ที่กำชับให้เร่งติดตามและกวาดล้างชาวต่างชาติที่เข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย ทั้งกลุ่มที่หลบหนีคดีจากต่างประเทศและกลุ่มที่เข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.สัญชัย ถิ่นวงษ์แดง รอง ผบก.ฯ ช่วยราชการ สตม. ปฏิบัติราชการ บก.ตม.6, พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ สตม. มอบหมายให้ ว่าที่ พ.ต.อ.วุฒิภัทร นภาโชติ ผกก.สส.บก.ตม.6 ประสานงานกับ พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. หลังได้รับการประสานจากฝ่ายกิจการตำรวจกลุ่มประเทศนอร์ดิกและกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาอาชญากรรมรุนแรงรายสำคัญที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจาก กก.สส.บก.ตม.6 นำโดย พ.ต.ท.สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สว.(สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 และ ร.ต.ท.ปวเรศ นนทสุต รอง สว. (สอบสวน) กก.สส.บก.ตม.6 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม. และ ร.ต.อ.ณัฐบดินทร์ ปงใจ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม. ลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว Mr.A (นามสมมติ) ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการสวีเดนต้องการตัว หลังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมรุนแรง ทั้งพยายามฆ่าชาวสวีเดนในประเทศสวีเดน กรรโชกทรัพย์ และวางเพลิงรุนแรง รวมถึงมีความเกี่ยวโยงกับคดีฆาตรกรรมอื่นๆ

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบไบโอเมตริก พบว่า Mr.A (นามสมมติ) เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ด้วยวีซ่า ผ.60-ม.17 ก่อนยื่นขออยู่ต่อที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดแล้ว การอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้สิ้นสุดลง และเจ้าหน้าที่พบว่า Mr.Kevin หลบซ่อนตามที่พักหลายแห่งในพื้นที่เกาะสมุย พร้อมเปลี่ยนที่พักอยู่เป็นระยะเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตาม

ในการหลบซ่อนดังกล่าว Mr.A (นามสมมติ) ได้รับความช่วยเหลือจาก Mr.B (นามสมมติ) เพื่อนร่วมชาติ ซึ่งมีประวัติความผิดฐานรับของโจรและยาเสพติด และอยู่ในระหว่างรับโทษ โดย Mr.Alex หลบหนีออกจากประเทศสวีเดนก่อนครบกำหนดโทษ และเป็นบุคคลที่ทางการสวีเดนต้องการตัวเช่นกัน ต่อมาเดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยเช่นเดียวกัน โดยคอยช่วยเหลือ Mr.Kevin ทั้งการจองห้องพัก จัดหาอาหาร และจัดหาสิ่งของต่างๆ ที่จำเป็น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตม.6 ลงพื้นที่เกาะสมุยอย่างต่อเนื่องเพื่อเร่งติดตามตัว จนทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ออกจากพื้นที่เกาะสมุยและเข้ามาหลบซ่อนอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในย่านพระราม 9 กรุงเทพมหานคร จึงประสาน กก.2 บก.สส.สตม. เข้าตรวจสอบและร่วมวางแผนจับกุม

กระทั่งวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.6 และ กก.2 บก.สส.สตม. ดักเฝ้ารอบริเวณด้านหน้าคอนโดมิเนียมดังกล่าว ก่อนพบชายลักษณะคล้าย Mr.A (นามสมมติ) เดินออกมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและขอตรวจสอบ เมื่อทำการตรวจสอบยืนยันได้ว่าเป็น Mr.Kevin จริง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยสิ้นสุดลงแล้ว 9 วัน หรือ overstay 9 วัน และยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับของประเทศสวีเดน

จากนั้น Mr.A (นามสมมติ)ยินยอมพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบห้องพักภายในคอนโดมิเนียมดังกล่าว และพบ Mr.B (นามสมมติ) อยู่ภายในห้อง โดย Mr.B (นามสมมติ) ยอมรับเช่นกันว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยสิ้นสุดลงแล้ว 195 วัน หรือ overstay 195 วัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และบัตรเครดิต 3 ใบ จึงตรวจยึดไว้ เนื่องจากเชื่อว่าอาจเป็นสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และเตรียมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสวีเดนเพื่อใช้ขยายผลติดตามหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่อาจหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอน โดยภายหลังดำเนินคดีในประเทศไทยแล้ว จะดำเนินการผลักดันผู้ต้องหาทั้งสองรายกลับประเทศสวีเดนต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับสากลอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้หลบหนีคดีหรืออาชญากรข้ามชาติ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ