3 พี่น้องหวิดดับ! กอดคอเดินลงทะเลหนีพ่อแท้ ๆ รู้สาเหตุยิ่งสะเทือนใจ
3 พี่น้องหวิดดับ!  กอดคอเดินลงทะเลหนีพ่อแท้ ๆ รู้สาเหตุยิ่งสะเทือนใจ
ข่าวสังคม - โซเชียล

3 พี่น้องหวิดดับ! กอดคอเดินลงทะเลหนีพ่อแท้ ๆ รู้สาเหตุยิ่งสะเทือนใจ

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้คณะทำงานลงพื้นที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝ่ายปกครองอำเภอขนอม ตำรวจ สภ.ขนอม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บริหารเทศบาลตำบลขนอม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครูจากโรงเรียนที่เด็กสังกัดอยู่ รวมถึงอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเด็กพี่น้อง 3 คน ในพื้นที่ตำบลขนอม อำเภอขนอม

เด็กทั้ง 3 คน ประกอบด้วย พี่ชายอายุ 13 ปี น้องสาวอายุ 11 ปี และน้องชายอายุ 7 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามเดินลงทะเลเพื่อจบชีวิต แต่มีผู้เข้าช่วยเหลือไว้ได้ทัน จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า เด็กทั้งสามอ้างว่าถูกบิดาทำร้ายร่างกายมาอย่างต่อเนื่อง และถูกบังคับให้ถือขันออกตระเวนขอทาน เพื่อนำเงินมาให้บิดาใช้ซื้อยาเสพติด นอกจากนี้ยังระบุว่า บิดามีอาการป่วยทางจิตเวชอย่างรุนแรง มักก่อเหตุทำร้ายลูก ทำร้ายพ่อแม่ของตนเองซึ่งเป็นปู่ย่าของเด็ก รวมถึงมีพฤติกรรมอาละวาดและคุกคามเพื่อนบ้านอยู่เป็นประจำ จนทำให้ผู้คนในพื้นที่ไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือเด็กได้ ส่วนมารดาของเด็กต้องหลบหนีไปอาศัยอยู่ที่อื่น เนื่องจากเคยถูกทำร้ายร่างกายอย่างหนักหลายครั้ง โดยคนใกล้ชิดเกรงว่า หากยังอาศัยอยู่ร่วมกันอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต

ขณะเดียวกัน บิดาของเด็กทั้ง 3 คน อยู่ระหว่างถูกควบคุมตัว หลังจากก่อเหตุพยายามทำร้ายบิดาของตนเอง หรือปู่ของเด็ก ขณะขี่รถจักรยานยนต์ โดยผู้เสียหายสามารถขี่รถหลบหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือที่ สภ.ขนอม ได้ทัน ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 10 วัน ผู้ต้องหารายนี้จะครบกำหนดถูกปล่อยตัว ทำให้หลายฝ่ายเร่งเข้าช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คน เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเผชิญกับสถานการณ์เดิมอีก

ภายหลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลครอบครัวดังกล่าว ทุกฝ่ายได้ร่วมประชุมวางแนวทางช่วยเหลือ เพื่อให้เด็กทั้ง 3 คน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและเรียนหนังสือได้ตามปกติ พร้อมทั้งเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมายกับบิดา เนื่องจากพฤติการณ์ที่ปรากฏอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายคุ้มครองเด็กหลายกรรม และยังมีแนวโน้มเข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ จากกรณีบังคับให้เด็กออกตระเวนขอทานเพื่อนำเงินมาให้

ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ประสานเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพเข้าร่วมสอบปากคำเด็กทั้งสาม เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี ขณะที่ปู่ของเด็กได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมตัวลูกชายไว้ต่อไป โดยแสดงความกังวลว่า หากได้รับการปล่อยตัวกลับมา อาจเกิดเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ