วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายอัครวุธ ไกรศรีสมบัติ หรือ เต้ อาชีวะ พร้อม น.ส.จินดารัตน์ หรือ คุณจิน เจ้าของสมุยเอ็กโซติก ปาร์ค และนายเควิน สามี เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ช่วยสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวและผู้พำนักชาวอิสราเอล ให้เคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของไทย
เนื้อหาในหนังสือระบุว่า เครือข่ายภาคประชาชนไทยได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และปาย เกี่ยวกับพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม รวมถึงข้อพิพาทด้านธุรกิจและอสังหาริมทรัพย์ โดยย้ำว่าไม่ได้เหมารวมชาวอิสราเอลทั้งหมด แต่หากบุคคลใดกระทำผิดกฎหมายไทย ควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมาย

เต้ อาชีวะ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการมาอย่างสันติ และต้องการนำความเดือดร้อนของประชาชนไปให้สถานทูตรับทราบ โดยอ้างว่าปัจจุบันมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วไม่ต่ำกว่า 200 เคส ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่ถูกคุกคามหรือข่มขู่ทางธุรกิจ ขณะที่กรณีที่มีความรุนแรงคือ คุณจิน ซึ่งอ้างว่าถูกข่มขู่ฆ่า รวมถึงยังมีกรณีทะเลาะกับไกด์ ข่มขู่อินฟลูเอนเซอร์ไทย และข้อพิพาทกับร้านอาหารบนเกาะพะงัน
สำหรับพื้นที่ที่มีเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก ได้แก่ ป่าตอง จ.ภูเก็ต เกาะสมุย เกาะพะงัน และปาย โดยอ้างว่าบางพื้นที่มีเรื่องร้องเรียนประมาณ 60-70 เคส พร้อมระบุว่าปัญหาที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้มีเฉพาะชาวอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังพบชาวจีน รัสเซีย อังกฤษ และฝรั่งเศสด้วย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจัดการปัญหาชาวต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมายไทยอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงประเด็น ยิวศูนย์เหรียญ และการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบธุรกิจของชาวต่างชาติและปัญหานอมินี โดยระบุว่าในเดือนกันยายนจะมี เซอร์ไพรส์ และอ้างว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนอมินีมากกว่า 2,000 บริษัท รวมถึงอาจมีประเด็นเกี่ยวกับข้าราชการที่เกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลย พร้อมขอให้สื่อมวลชนติดตามความคืบหน้าของเรื่องดังกล่าว
ส่วนกรณี ชาบัด เต้ อาชีวะ ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับศาสนา แต่ต้องการให้ผู้ที่เข้ามาพำนักและประกอบธุรกิจในประเทศไทยเคารพกฎหมายและไม่คุกคามคนไทย พร้อมตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของชาวต่างชาติบางรายที่อ้างว่ารู้จักตำรวจหรือทนายความ โดยย้ำว่าการรู้จักเจ้าหน้าที่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถอยู่เหนือกฎหมายได้
ด้านคุณจิน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม พร้อมนำหลักฐานภาพถ่ายและภาพจากกล้องวงจรปิดมอบให้เจ้าหน้าที่ กรณีถูกข่มขู่และมีบุคคลมาจอดรถบริเวณหน้าบ้าน โดยระบุว่าขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลและขยายผล ขณะที่ตนยังได้รับข้อความข่มขู่อย่างต่อเนื่องผ่าน Facebook, WhatsApp และ Instagram รวมแล้วประมาณ 2-3 ร้อยข้อความ ในลักษณะข่มขู่ฆ่า ขู่ว่าจะส่งคนเข้าฟาร์ม หรือวางยาสัตว์
คุณจิน ยังตั้งคำถามถึงความมั่นใจของบุคคลบางกลุ่มที่กล่าวอ้างว่า เกาะสมุยเป็นของอิสราเอล และจะไล่คนไทยออกจากเกาะ พร้อมระบุว่า ไม่เข้าใจว่ามีอะไรทำให้คนกลุ่มดังกล่าวมั่นใจถึงขนาดกล่าวอ้างว่า เกาะสมุยเป็นของอิสราเอล และจะไล่คนไทยออกจากพื้นที่
เธอยอมรับว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจในพื้นที่ และเชื่อว่าการเปิดเผยเรื่องต่อสื่อมวลชนอาจช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น ขณะเดียวกัน คนไทยในพื้นที่บางส่วนได้ส่งข้อความมาให้กำลังใจ แต่เป็นการช่วยเหลือในลักษณะที่ไม่เปิดเผยตัว
หลังจากเข้าแจ้งความแล้ว คุณจินระบุว่ายังคงมีข้อความข่มขู่ส่งเข้ามาทุกวัน โดยแม้กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่เดินทางลงจากเครื่องบินก่อนจะไปยังกองบังคับการปราบปราม โทนี่ ซึ่งเป็นคู่กรณี ยังส่งข้อความมาเยาะเย้ยและข่มขู่ โดยอ้างว่ามีข้อความในลักษณะ บ้านไม่มีแล้ว แม่ไม่มีบ้านอยู่แล้ว แม่ต้องนอนในรถแล้ว และยังมีการข่มขู่ในลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกรณีข่าวเกี่ยวกับการเพิกถอนวีซ่า คุณจินเปิดเผยว่า บุคคลที่ถูกกล่าวถึงคือเควิน ซึ่งเป็นแฟนของตน และเจคอป โดยยืนยันว่าทั้งสองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน และหากเจคอปถูกเนรเทศหรือไม่ก็ตาม ก็เป็นเพียงตัวละครเล็ก ๆ ในเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเควิน ยังคงมีคำถามว่าเขากระทำความผิดอะไร เพราะที่ผ่านมาเป็นการปกป้องฟาร์ม ธุรกิจ และสัตว์เลี้ยงของตน พร้อมระบุว่าไม่ทราบว่าข่าวเรื่องดังกล่าวที่เผยแพร่ออกไปเป็นความจริงหรือไม่
ในด้านความปลอดภัย คุณจินระบุว่า หลังจากแจ้งเหตุมีตำรวจเข้ามาดูแล แต่ไม่ได้เฝ้าระวังตลอดเวลา โดยยอมรับว่าขณะนี้ไม่ได้รู้สึกกลัว แต่มีความรู้สึกเหนื่อยและระแวงจากข้อความข่มขู่จำนวนมาก โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยงและคนในครอบครัว
ขณะที่เควินกล่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า จากประสบการณ์ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี เขาได้พบชาวต่างชาติจากหลายประเทศ แต่ไม่เคยเห็นกลุ่มใดแสดงออกถึงอำนาจหรืออิทธิพลในลักษณะที่ตนกำลังพบอยู่ พร้อมเรียกร้องให้คนไทยตื่นตัวและปกป้องสิทธิของตัวเอง โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเหยียดเชื้อชาติ แต่ต้องการให้ชาวต่างชาติเคารพและให้เกียรติคนไทย
หลังการแถลงต่อสื่อมวลชน เต้ อาชีวะ คุณจิน และเควิน ได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำหนังสือไปยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ