วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ไชยบาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิศิษฐ์ ปลื้มใจ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา เดินทางไปยัง สภ.เชียงคำ เพื่อร่วมประชุมวางแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 5 อำเภอโซนหลังเขาของจังหวัดพะเยา
ในการประชุมครั้งนี้ พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ ได้สั่งยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทั่วทั้งจังหวัด โดยเฉพาะการตรวจสอบการลำเลียงผ่านระบบขนส่งและพัสดุเอกชน เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดในทุกช่องทาง
การประชุมครั้งนี้มีผู้กำกับการจาก สภ.เชียงคำ สภ.ภูซาง สภ.จุน สภ.ปง และ สภ.เชียงม่วน รวมถึงรองผู้กำกับการสืบสวน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม และชุดสืบสวนจากทั้ง 5 สถานีตำรวจ เปิดเผยว่า ผลการกวาดล้างยาเสพติดของตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญได้รวม 1,377 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้ากว่า 14 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 600.63 กิโลกรัม เฮโรอีน 66.02 กิโลกรัม และเคตามีน 237.66 กรัม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้คิดเป็นมูลค่ากว่า 475 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการปราบปรามจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันจังหวัดพะเยาจะเป็นหนึ่งในเส้นทางลำเลียงยาเสพติดก็ตาม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ในอนาคต
ส่วนความคืบหน้าคดีแอร์สาวชาวจังหวัดพะเยาที่ถูกจับกุมในข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนเข้าประเทศออสเตรเลีย พล.ต.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่า ภายหลังรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแถลงข่าวว่า มีผู้ว่าจ้างให้แอร์สาวรายดังกล่าวลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย และสามารถสืบสวนขยายผลจนพบว่ายาเสพติดล็อตดังกล่าวมีต้นทางมาจากพื้นที่อำเภอเชียงคำ

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่จัดหายยาเสพติดได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อำเภอเชียงคำจริง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยเช่าหอพักและรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ก่อนนำไปจัดหายาเสพติดที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าลายช้างในพื้นที่แห่งหนึ่งของอำเภอเชียงคำ จากนั้นในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ผู้ต้องหาได้เดินทางออกจากสถานีขนส่งอำเภอเชียงคำด้วยรถโดยสารประจำทาง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อนำกระเป๋าดังกล่าวไปส่งมอบให้กับแอร์สาวตามแผนการต่อไป