เปิดใจเหยื่อรายใหม่ คดีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชนสลด "น้องเติมฝัน" เจ้าของปิกอัพส่งยาง เผยหวิดสูญเสียสามี วอนรับผิดชอบหลังผ่านเกือบเดือนยังไร้การเยียวยา
เปิดใจเหยื่อรายใหม่ คดีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชนสลด "น้องเติมฝัน" เจ้าของปิกอัพส่งยาง เผยหวิดสูญเสียสามี วอนรับผิดชอบหลังผ่านเกือบเดือนยังไร้การเยียวยา
ข่าวสังคม - โซเชียล

เปิดใจเหยื่อรายใหม่ คดีอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชนสลด "น้องเติมฝัน" เจ้าของปิกอัพส่งยาง เผยหวิดสูญเสียสามี วอนรับผิดชอบหลังผ่านเกือบเดือนยังไร้การเยียวยา

ฟังข่าวนี้

แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 1 เดือน นับตั้งแต่อุบัติเหตุสะเทือนใจเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ซึ่งคร่าชีวิต "น้องเติมฝัน" เด็กชายวัย 2 ขวบ และทำให้แม่ของเด็กได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายหลายราย ซึ่งจนถึงขณะนี้ต่างระบุว่ายังไม่ได้รับการเยียวยาหรือการชดใช้ค่าเสียหาย

ล่าสุด วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้พบและพูดคุยกับ นางสาวเก๋ ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ในรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ซึ่งจอดส่งยางรถยนต์อยู่บริเวณร้านขายยาง-ซ่อมยางรถยนต์ บ้านปงวัง ถนนลำปาง-งาว ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง ในช่วงเกิดเหตุ โดยรถคันดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแรงชน

โดยนางสาวเก๋ ได้เปิดเผยว่าขณะที่นั่งอยู่ภายในรถ จู่ๆ ก็มีรถพุ่งเข้าชนอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นจนตกใจ แรงกระแทกทำให้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ฟกช้ำตามร่างกาย แต่ตนเองเจบไม่มากและยัง รู้สึกหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นความโชคดี คือขณะเกิดเหตุสามี ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะได้ลงไปส่งยางรถยนต์ให้กับร้านขายยางแล้วและกำลังจะเดินกลับมาที่ประตูฝั่งคนขับ หากจังหวะนั้นมายืนอยู่ข้างรถพอดี เชื่อว่าอาจได้รับบาดเจ็บสาหัสหรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตจากแรงชนที่เกิดขึ้น

นางสาวเก๋ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้พยายามติดต่อพูดคุยกับคู่กรณี คือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แต่ได้รับคำตอบ ให้รอการดำเนินคดีและการไกล่เกลี่ยผ่านพนักงานสอบสวน สภเมืองลำปางและ จนกระทั่งเวลาผ่านมาเกือบ 1 เดือน ตนเองเป็นฝ่ายติดต่อไปหา อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแล้ว ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับ เข้ามาเพื่อเยียวยาหรือรับผิดชอบค่าเสียหายซ่อมรถกะบะส่งยางให้ตนเองเลย

ขณะเดียวกัน รถกระบะคันดังกล่าวยังคงจอดอยู่ที่อู่ในสภาพเสียหายหนัก เพราะตั้งแต่วันแรกที่ถูกชนทำให้ ระบบไฟฟ้าภายในรถกระบะตนเอง ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถสตาร์ตเครื่องได้เพราะแรงกระแทกอย่างแรง ซึ่งตอนนี้ก็ต้องรอเงินมาจ่ายที่อู่ และยังไม่สามรถดำเนินการซ่อมได้ เพราะต้องรอความชัดเจนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย จากอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน คนดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถาม "พี่ มานิต" เจ้าของรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ซึ่งถูกชนจนเสียหายทั้งคัน เปิดเผยว่า รู้สึกกังวลใจหลังทราบว่าคดียังไม่มีความคืบหน้า หลังจากทราบข่าว ว่าทางฝ่าย อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตั้งทนายแล้วไปคุยกับทางตรำวจโดยทาง อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ไดัให้ทนายความยื่นหนังสือคัดค้าน โดยอ้างว่ารถของตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ทั้งที่ในวันเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในรถ ส่วนรถถูกชนจนเหลือเพียงซาก ประเมินมูลค่าเพียงประมาณ 15,000 บาท และยังมีค่ารถยกที่ต้องรับภาระอีกกว่า 4,000 บาท และตนเองและภรรยาหนักใจมากเครียดมากคงต้องให้ ทนายกมล ถาน้อย ทนายชื่อดังและทนายอาสาที่เค้ามาดูเรื่องคดีเข้ามาดูและช่วยเหลือทางด้านคดีตนเอง

ทางด้าน ทนายกมล ถาน้อย ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องของอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน มีการตั้งทนายยื่นหนังสือคัดค้าน ตนเองมองว่า เป็นสิทธิของคู่กรณี ที่ มีสิทธิ์ยื่นหนังสือคัดค้านขอให้รถเก๋ง vios ร่วมรับผิดได้ ซึ่ง ก็อยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน แต่อย่างไรก็ตาม ก็จะต้องอยู่ในดุลพินิจของพนักงานสอบสวน ก็ต้องทำการบันทึกข้อโต้แย้งไว้ในสำนวนอย่างครบถ้วน เพราะเป็นสิทธิ์ของเขา คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ทางพนักงานสอบสวน น่าจะส่งเรื่องและสรุปสำนวน ส่งให้อัยการฟ้องขณะที่แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ครอบครัวของ "น้องเติมฝัน" ทั้งพ่อและแม่ ซึ่งแม่ยังอยู่ระหว่างการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือการชดใช้ค่าเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน

ผู้เสียหายหลายรายจึงเรียกร้องให้คู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเร่งดำเนินการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันต่างเฝ้ารอความคืบหน้าของคดี และการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ