เดือดจัด! ทนายนรเศรษฐ์ ตัดสินใจพูดตรงๆ หลัง กัน จอมพลัง ประกาศเตรียมฟ้อง
เดือดจัด! ทนายนรเศรษฐ์ ตัดสินใจพูดตรงๆ หลัง กัน จอมพลัง ประกาศเตรียมฟ้อง
ข่าวสังคม - โซเชียล

เดือดจัด! ทนายนรเศรษฐ์ ตัดสินใจพูดตรงๆ หลัง กัน จอมพลัง ประกาศเตรียมฟ้อง

ฟังข่าวนี้

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นรเศรษฐ์ นาหนองตูม แสดงความคิดเห็นถึงกรณีที่อาจถูกฟ้องร้องจากการตั้งคำถามต่อประเด็นที่กำลังเป็นกระแส โดยระบุว่า

หากจะฟ้องผมจากกรณีที่ผมตั้งคำถาม แนะนำให้จ้างทนายฟ้องตรงต่อศาลได้เลยครับ คดีจะได้ไม่เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจจะได้มีเวลาไปทำคดีสำคัญที่มีประโยชน์ต่อประชาชน

ส่วนฟ้องวันไหน ศาลไหน เวลาใด แจ้งมาได้เลย ผมพร้อมเดินทางไปศาลเพื่อเซ็นรับหมายและทราบวันนัดด้วยตัวเอง และหากศาลอนุญาต ผมจะขอให้ศาลเปิดไต่สวนโดยเร็วที่สุดครับ

การฟ้องคดีโดยสุจริตเป็นสิทธิ์ที่พึงกระทำได้ แต่หากเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต แล้วศาลพิพากษายกฟ้อง... ผมรับรองเลยว่ามี ภาคสอง ตามมาแน่นอนครับ!!!

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า

โจทก์กับจำเลยคงไม่น่าจะมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน

แต่ผมคงจะถามว่า พยานทราบมาก่อนใช่ไหมครับว่า จำเลยเป็นคนเปิดประเด็นนำข้อบังคับของมูลนิธิฯ มาเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนสังคมรับรู้กันทั่วไปว่า หากมูลนิธิเลิกกัน จะต้องโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่มูลนิธิธรรมนัส จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกับพยานอย่างกว้างขวาง และเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พยานนำคดีนี้มาฟ้องโจทก์ใช่หรือไม่ครับ

พร้อมกันนี้ นายนรเศรษฐ์ ยังชี้แจงถึงกรณีที่มีผู้ตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์ โดยอธิบายว่า การแต่งตั้งดังกล่าวเป็นเรื่องภายใน ไม่มีการประกาศต่อสาธารณะ หรือเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสภาทนายความ ซึ่งตนมีหลักฐานยืนยันชัดเจน ดังนั้นการที่บุคคลภายนอก หรือแม้แต่ทนายความด้วยกัน รวมถึงคณะทำงานบางส่วนจะไม่ทราบเรื่องนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เนื่องจากคนส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว

ส่วนการตั้งคำถามของตนนั้น เป็นการตั้งคำถามไปยังสภาทนายความโดยตรง ซึ่งสามารถย้อนกลับไปอ่านโพสต์ได้ เพราะได้แท็กถึงสภาทนายความไว้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ในฐานะสมาชิกขององค์กรวิชาชีพ ตนมีสิทธิและความชอบธรรมในการตั้งคำถามเพื่อความโปร่งใส โดยมองว่าในสังคมประชาธิปไตย การตั้งคำถามโดยสุจริตต่อองค์กรหรือบุคคลสาธารณะเป็นเรื่องปกติ ไม่ต่างจากการตรวจสอบนักการเมืองหรือบุคคลในพื้นที่สาธารณะ การตั้งคำถามเมื่อยังไม่ทราบข้อเท็จจริงจึงไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ถือเป็นรากฐานสำคัญของการตรวจสอบที่พึงมี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ