จากกรณีที่ นางสาวมะนาว ร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก บังอ้วน สามี ถูกตำรวจชุดสืบสวน สน.คลองตัน บุกจับกุมตัวถึงห้องพักและยังได้ยึดทรัพย์สินไปหลายรายการ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 แต่ภายหลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้มีการส่งคืนสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตรวจสอบแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดของ แต่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้แจ้งว่าสร้อยข้อมือเส้นดังกล่าวนั้นเป็นทองปลอม

นางสาวมะนาว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลและคาดว่าอาจจะถูกใครสักคนแอบสลับระหว่างทองจริงและทองปลอม เพราะสร้อยข้อมือที่ได้รับคืนนั้นเป็นคนละเส้นกับที่เคยถูกยึดไป ร้านทองก็ไม่เหมือนกัน น้ำหนักก็ต่างกัน ยืนยันหนักแน่นว่าทองเส้นที่ถูกยึดไปก่อนหน้านี้เป็นทองแท้แน่นอน มีหลักฐานใบไถ่ถอนโรงจำนำ และไม่ได้มีส่วนไปยุ่งเกี่ยวกับของกลางเพราะอยู่ในการควบคุมของตำรวจ ที่มาร้องเรียนไม่ได้ต้องการจะไปกล่าวหาใคร แต่อยากให้ตรวจสอบว่าทำไมสร้อยข้อมือทองคำแท้จึงกลายเป็นของปลอมไปได้ ถ้าเป็นทองปลอมตั้งแต่แรกตนเองจะมาต่อสู้เรียกร้องขอคืนเพื่ออะไร จึงอยากให้ผู้บังคับบัญชาใน บก.น.5 ให้ความเป็นธรรมพิสูจน์ความจริงกับกรณีที่เกิดขึ้น

ด้านพลตำรวจตรี วิทวัฒน์ ชินคำ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ได้เดินทางมาสอบปากคำนางสาวมะนาวด้วยตนเอง และเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในตอนนี้ได้มีการนัดหมายให้ผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พอจะมีข้อมูลบางส่วนอยู่บ้างแล้ว แต่ในประเด็นที่จะต้องสอบปากคำเพิ่มเติมในวันนี้ ก็จะมุ่งประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของที่มาและที่ไปของสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 3 บาท และข้อสงสัยต่าง ๆ แม้ว่าขณะนี้ผู้เสียหายจะยืนยันชัดเจนว่าตนเองมีหลักฐานถูกต้อง ดังนั้นในส่วนของสร้อยข้อมือทองคำที่ถูกสงสัยว่าอาจจะเป็นคนละเส้นกับที่ถูกตรวจยึดมาในตอนแรกกับเส้นที่ได้รับคืนมานั้นก็จะต้องตรวจสอบทั้งหมด ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเร่งรัดในการตรวจสอบและไขข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รวมทั้งเรื่องของขั้นตอนในการตรวจยึดทรัพย์สิน ลำดับแรกก็เริ่มจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการรวบรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดมาได้ทั้งหมดไปให้กับพนักงานสอบสวน ก่อนจะดำเนินการส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แล้วลำดับสุดท้ายจึงส่งมอบคืนให้กับผู้เสียหาย

ส่วนสาเหตุที่ ป.ป.ส. มีการคืนทรัพย์สินในครั้งนี้ เท่าที่ทราบเบื้องต้นเป็นสาเหตุมาเพราะว่าสร้อยข้อมือเส้นดังกล่าวเป็นของปลอม แต่ในส่วนของสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท นั้นยังคงต้องตรวจยึดเอาไว้เพื่อทำการตรวจสอบว่าได้มาจากการกระทำความผิดของบังอ้วนใช่หรือไม่ เนื่องจากพบว่าเป็นของปลอมส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ที่คืน อย่างเช่น นาฬิกาจำนวน 12 เรือน ที่ได้ส่งคืนให้กับผู้ต้องหาในชั้นพนักงานสอบสวน เป็นเพราะทราบว่านาฬิกาดังกล่าวเป็นของปลอม และในส่วนของเรื่องเงินที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลักแสนบาท ประเด็นนั้นยังคงต้องตรวจสอบก่อน

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ยืนยันว่า การคืนทรัพย์สินในก่อนหน้านี้ เป็นการคืนเนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นของปลอม และไม่ได้เกี่ยวข้องกับว่าเป็นทรัพย์สินของใครคนใดคนหนึ่ง ในตัวของผู้ต้องหาในส่วนของขั้นตอนการตรวจยึดทรัพย์สินระหว่างการจับกุมบังอ้วน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่าได้ตรวจยึดมาจากตัวของบังอ้วนซึ่งเป็นผู้ต้องหาในขณะนั้น ยืนยันว่าทั้งสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำนั้นได้มาจากตัวของบังอ้วนเพียงคนเดียว