รวบบัญชีม้า หลอกให้จ่ายเงินไปทำงานออสเตรเลีย สูญเงินกว่า 700,000 บาท
รวบบัญชีม้า หลอกให้จ่ายเงินไปทำงานออสเตรเลีย สูญเงินกว่า 700,000 บาท
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบบัญชีม้า หลอกให้จ่ายเงินไปทำงานออสเตรเลีย สูญเงินกว่า 700,000 บาท

ฟังข่าวนี้

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง.ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติดำรง ผบก.ปฎิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี รอง ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกุล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.ปพ., พ.ต.ท.มนตรี โชติภาคยกุล รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ.บก.ปพ., พ.ต.ท.พีรณัฎฐ์ บุญค้ำพงศ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ.บก.ปพ., พ.ต.ท.ชาคริต ไพรสน รอง ผกก.ฝอ.ช่วยราชการ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ฐกร ทองอิงครัต สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.ปพ. ด.ต.สุดใจ ราชพันแสน, ด.ต.วารุต สันที, ด.ต.พงษ์ศักดิ์ สอนสวัสดิ์, ด.ต.ธีรวัฒน์ เย็นจิตต์, ด.ต.วรพงษ์ เขียมสุวรรณ์, ส.ต.ท.ณรงค์เดช มุ่งเคน, ส.ต.ท.กฤษนัย เพ็งแก้ว ผบ.หมู่.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.ปพ.

ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ จ.296/2569 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จอันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายเอได้บริเวณหน้าอาคารแห่งหนึ่ง ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2568 นายเอ พร้อมพวกอีก 2 คน ซึ่งยังอยู่ระหว่างติดตามตัว ได้ร่วมกันจัดทำเพจเฟซบุ๊กอ้างว่าเป็นเพจจัดหางานไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะงานภาคการเกษตรในประเทศออสเตรเลีย พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะสาธารณะ เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจสมัครงาน

ภายหลังผู้เสียหายพบประกาศดังกล่าวและแสดงความสนใจ ได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ในชื่อ ฝ่ายบริการ ก่อนถูกดึงเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ แรงงานเกษตรออสเตรเลีย ซึ่งมีสมาชิกหลายรายอยู่ภายในกลุ่ม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการสมัครงาน

จากนั้น นายเอและพวกได้สอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหาย รวมถึงข้อมูลบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และหลอกให้โอนเงินเป็นค่าจองคิวสมัครงาน จำนวน 5,900 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่เกี่ยวข้องกับนายเอ

ต่อมา ผู้เสียหายยังถูกชักชวนให้โอนเงินเพิ่มเติมเพื่อใช้เป็นค่าแลกเปลี่ยนเงินตราสำหรับการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2568 ได้โอนเงินจำนวน 195,000 บาท ไปยังบัญชีที่ผู้ต้องหากำหนด

หลังจากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาได้อ้างเหตุขัดข้องเกี่ยวกับขั้นตอนการโอนเงิน พร้อมแจ้งว่าผู้เสียหายต้องโอนเงินเพิ่มเติมอีก 461,822 บาท จึงจะสามารถดำเนินการต่อและได้รับเงินคืนทั้งหมด ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อและโอนเงินตามคำแนะนำ

รวมความเสียหายทั้งหมดเป็นเงิน 662,722 บาท อย่างไรก็ตาม ภายหลังผู้เสียหายไม่ได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศตามที่กล่าวอ้าง และไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงและเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

จากการสืบสวนพบว่า นายเอและพวกไม่มีเจตนาจัดหางานไปทำงานต่างประเทศจริง แต่ใช้เพจเฟซบุ๊ก บัญชีไลน์ และกลุ่มไลน์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน ก่อนนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออำนาจศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง กระทั่งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมนายเอได้ตามหมายจับดังกล่าว

ชั้นจับกุม นายเอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเคยสมัครงานออนไลน์ในตำแหน่งล่ามภาษาจีนบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว และถูกให้สแกนใบหน้าผ่านโทรศัพท์มือถือหลายครั้ง ก่อนจะถูกปล่อยทิ้งไว้ที่สถานีขนส่ง พร้อมได้รับเงินจำนวน 1,000 บาท เป็นค่าเดินทางกลับ ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบสวนขยายผลและติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ