ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ คุณฟูม สามีของ ครูทราย หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซานคามิลโล จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง ล่าสุด โรงพยาบาลซานคามิลโลได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่า ภายหลังตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าแพทย์ผู้ให้การรักษามีพฤติกรรมใช้คำพูดไม่สุภาพในการสื่อสารกับผู้ป่วยและญาติ ซึ่งขัดต่อมาตรฐานการปฏิบัติงานและจริยธรรมวิชาชีพ จึงมีคำสั่งให้แพทย์รายดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของโรงพยาบาล โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่าจะให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ รวมถึงแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและน้อมรับทุกข้อเสนอแนะจากสังคม

ภาพจาก รายการ โหนกระแส
ขณะที่ล่าสุด ครูทราย ได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านรายการ โหนกระแส พร้อมย้อนเล่าเหตุการณ์ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สามีเสียชีวิต โดยระบุว่า ก่อนหน้านั้นสามีเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลด้วยอาการเข้าข่ายโรคหัวใจ แต่แพทย์ไม่ได้ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และยังกล่าวหาว่าเธอวิตกกังวลเกินเหตุหรือคิดไปเอง ก่อนให้ผู้ป่วยเดินทางกลับบ้าน
ครูทรายเล่าว่า หลังออกจากโรงพยาบาล ทั้งคู่ได้เดินทางไปรับลูกจากโรงเรียนในเวลาประมาณ 15.00 น. เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ค่อยมีโอกาสไปรับลูกด้วยตนเอง จากนั้นทั้งครอบครัวกลับมาที่บ้าน โดยเธอตั้งใจจะพาสามีกลับไปพบแพทย์อีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 16.00-17.00 น. แต่สามีไม่อยากพาลูกไปโรงพยาบาลและขอรอให้คนในบ้านกลับมาช่วยดูแลลูกก่อน จึงตัดสินใจรออยู่ที่บ้าน
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ครูทรายอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้าน คนในครอบครัวได้ร้องเรียกให้รีบลงมาดูสามี เมื่อเธอลงมาถึงก็พบว่า คุณฟูนอนหมดสติ ดวงตาเปิดค้างแน่นิ่งอยู่บนพื้น ขณะที่ลูกชายวัยเพียง 1 ขวบ 6 เดือน ยังคงเกาะขาพ่อและร้องเรียก ป๊า อย่างไร้เดียงสา ส่วนญาติพยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอยู่แล้ว ครูทรายจึงรีบเข้าช่วยทำ CPR และผายปอดทันที พร้อมโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลในเวลา 16.29 น. ท่ามกลางความโกลาหลของทุกคนในบ้าน
เมื่อรถพยาบาลนำตัวคุณฟูมส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์ฉุกเฉินได้เร่งปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงแรกแจ้งกับครอบครัวว่ายังสามารถจับชีพจรได้ แม้ความดันโลหิตจะไม่กลับมา กระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 30 นาที แพทย์แจ้งว่าหัวใจกลับมาเต้น ทำให้ครูทรายมีความหวังอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน แพทย์ได้แจ้งว่าการเต้นของหัวใจอาจเป็นผลจากฤทธิ์ของยา ก่อนที่อาการของผู้ป่วยจะทรุดลงอีกครั้ง
ทีมแพทย์ยังคงพยายามยื้อชีวิตด้วยการปั๊มหัวใจต่อเนื่องนานเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนแจ้งให้ครูทรายในฐานะภรรยาเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยุติการช่วยชีวิตหรือไม่ ซึ่งเธอเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ไม่สามารถพูดคำว่า หยุดปั๊มหัวใจ ได้ เพราะไม่อาจยอมรับการสูญเสียคนที่รักได้ พร้อมย้อนนึกถึงช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุที่สามียังนั่งเล่นกับลูกอยู่ แต่กลับต้องจากไปอย่างกะทันหัน ทั้งที่เธอเคยร้องขอให้แพทย์ตรวจรักษาอย่างละเอียดแล้ว แต่กลับถูกมองว่าเป็นคนคิดมากและวิตกกังวลเกินเหตุ
เรื่องราวดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม โดยเฉพาะภาพของลูกชายวัยเพียง 1 ขวบ 6 เดือน ที่ยังคงเกาะขาพ่อและร้องเรียกตลอดเวลาที่ครอบครัวพยายามช่วยชีวิต ขณะที่ครูทรายต้องกลั้นน้ำตา ปั๊มหัวใจ ผายปอด และประสานรถพยาบาลอย่างสุดกำลัง แม้ท้ายที่สุดจะไม่สามารถยื้อชีวิตสามีไว้ได้ก็ตาม