วันที่ 23 เมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ชี้แจงสถานการณ์โรคไวรัสตับอักเสบเอในพื้นที่ภาคตะวันออก หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น โดยยืนยันยังไม่พบหลักฐานว่าโรงงานเป็นแหล่งต้นตอการระบาด
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า โรงงานแห่งหนึ่งเป็นแหล่งต้นตอของการระบาด นั้น กรมควบคุมโรคขอชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง โดยข้อเท็จจริง คือ ภายหลังมีรายงานผู้ป่วยในพื้นที่รวมทั้งตรวจพบผู้ป่วยในโรงงานดังกล่าว จึงได้มีการขยายการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก (active case finding) มากขึ้น ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มเติม
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสตับอักเสบเอในพื้นที่ภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด ภายหลังพบผู้ป่วยกระจายในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรี ซึ่งจากการสอบสวนโรคเบื้องต้น พบผู้ป่วยอายุระหว่าง 5-67 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปและพนักงานบริษัทหลายแห่ง ขณะนี้ยังไม่พบรายงานการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มเติม โดยขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่าโรงงานเป็นแหล่งต้นตอของการระบาด ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ส่งทีมสอบสวนโรคร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งค้นหาแหล่งโรคที่แท้จริงต่อไป
ทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรคได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างน้ำ น้ำแข็ง และอาหาร รวมถึงสิ่งแวดล้อมภายในโรงงานรวม 20 ตัวอย่าง เพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลไม่พบการปนเปื้อนเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ และจากการประเมินระบบพบว่าโรงงานมีการดูแลด้านสุขาภิบาลอย่างเป็นระบบ มีการคัดกรองสุขภาพผู้ประกอบอาหาร และตรวจสุขภาพพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่พบผู้ติดเชื้อในกระบวนการดังกล่าว
ปัจจุบัน ยังไม่สามารถระบุแหล่งรังโรคที่แน่ชัดได้ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนโรคเพิ่มเติม ทั้งในโรงงานและชุมชนโดยรอบ เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงของการเกิดโรค รวมถึงประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านการบริโภคอาหาร น้ำดื่ม สุขอนามัยส่วนบุคคล และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการควบคุมโรคอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ภายใต้หลัก สุก ร้อน สะอาด ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานที่สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ และในกรณีที่อาหารปรุงไว้เกิน 2 ชั่วโมง ควรอุ่นให้ร้อนทั่วถึงก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
