ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี ได้พบกับคุณน้ำหวาน อายุ 37 ปี อดีตช่างเสริมสวยจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นแม่ค้าเร่ขายลอตเตอรี่ โดยคุณน้ำหวานได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่พลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ จากผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 กลายเป็นผู้ที่ต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่.
คุณน้ำหวาน เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อปี 2561 ซึ่งเธอเคยเป็นผู้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เพียงใบเดียว ได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 5.79 ล้านบาท ชีวิตในขณะนั้นราวกับเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน เธอตัดสินใจแบ่งเงินรางวัลให้คนใกล้ชิดครึ่งหนึ่ง และมีความคิดที่จะลงทุนทำธุรกิจมากมาย ด้วยความเชื่อที่ว่า “เงินซื้อได้ทุกอย่าง” ทว่าความจริงกลับพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป
หลังจากถูกรางวัลได้ไม่นาน คุณน้ำหวานเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และเริ่มมีปัญหาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว เกิดสภาวะสับสนและเครียดอย่างหนัก จนนำไปสู่การหย่าร้างกับสามีในที่สุด แม้จะมีการแบ่งเงินรางวัลกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย แต่ความสัมพันธ์ก็ต้องจบลงภายใน 4-5 ปีหลังการถูกรางวัล
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เงินล้านบาทหมดไปอย่างรวดเร็ว คือความพยายามที่จะ “ต่อเงิน” ด้วยการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่องและในปริมาณมาก คุณน้ำหวานยอมรับว่าเคยทุ่มเงินซื้อลอตเตอรี่สูงสุดถึง 400,000 บาทต่อหนึ่งงวด ด้วยความหวังว่าจะถูกรางวัลที่ 1 อีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่ถูกรางวัลเลยแม้แต่ใบเดียว
“เหตุการณ์วันนั้นทำให้ต้องกลับมาคิดอีกครั้ง บอกตัวเองต้องตั้งสติ จะเลิกซื้อ เพราะเงินที่แบ่งกับสามีมาคนละครึ่ง ส่วนของตัวเองนั้นหมดแล้ว จากเงินล้าน ตอนนี้เหลือในบัญชีเพียง 8,000 บาทเท่านั้น” คุณน้ำหวานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งขึ้น
ปัจจุบันคุณน้ำหวานไม่ได้รู้สึกเครียดเหมือนเมื่อก่อน เธอได้ผันตัวมาเป็นแม่ค้าขายลอตเตอรี่ ซึ่งทำมาได้ 2 งวดแล้ว และรู้สึกสนุกกับงานนี้ พร้อมฝากบทเรียนอันมีค่าถึงผู้ที่อาจจะโชคดีถูกรางวัลใหญ่ว่า “อย่าใช้เงินง่ายเกินไป เงินได้มาง่ายก็ไปง่าย หากไม่รู้จักใช้และไม่รู้เท่าทันกิเลส ชีวิตอาจพัง ถูกหวยใช่ว่าจะมีความสุข อาจจะเป็น ‘ทุกขลาภ’ เหมือนที่ตนเองเคยประสบมาก็ได้ ต้องแยกทางกับสามี เงินที่เคยจับเป็นล้าน ตอนนี้ไม่มีแล้ว”