สืบเนื่องจากกรณีเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาและควบคุมตัว นายจีราวัฒน์ หรือ เอก อายุ 58 ปี เจ้าของร้านทำผม ผู้ก่อเหตุใช้สากกะเบือทำร้าย นายฐิติ หรือ ตี๋ อายุ 26 ปี จนเสียชีวิต พร้อมภรรยาอีก 2 คน ที่ร่วมก่อเหตุ โดยทั้งหมดถูกส่งฝากขังและไม่ได้รับการประกันตัว
ล่าสุด น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นพยานเพียงคนเดียวที่อยู่ในร้านช่วงเกิดเหตุ และเป็นผู้บันทึกคลิป ได้เปิดเผยเหตุการณ์ที่วัดศรีรัตนาราม (บางพัง) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของผู้เสียชีวิต โดยเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปใช้บริการสระผม ระหว่างนั้นเห็นผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน ก่อนเดินเข้ามาเพียงลำพัง

จากนั้น นายเอกได้เดินเข้าไปกอดคอ ก่อนลากตัวผู้ตายไปด้านหลังร้าน และเริ่มลงมือทำร้ายทันที สร้างความตกใจให้กับตนเองอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านั้นยังเห็นผู้ก่อเหตุมีท่าทีปกติและยิ้มให้ผู้ตาย
เธอเล่าว่า ได้มีการปรึกษากับพนักงานในร้านว่าจะโทรแจ้งตำรวจหรือไม่ แต่บุคคลดังกล่าวเลือกไม่แจ้ง และกลับเข้าไปช่วยผู้ก่อเหตุรุมทำร้ายแทน ทำให้ตนไม่กล้าเข้าไปช่วย เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายไปด้วย
ตอนนั้นกลัวมาก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีปัญหากัน เพราะตอนแรกที่ผู้ตายเดินเข้าร้านมา ยังเห็น นายเอก เดินเข้ามายิ้มให้ พอเห็นเขามีปัญหากัน จึงคุยกับคนชื่อมลที่เป่าผมให้ว่าจะโทรแจ้งตำรวจไหม คนชื่อมลเลือกที่จะไม่โทรแจ้งตำรวจ แต่กลับไปช่วย เอก รุมทำร้ายผู้ตายแทน
หลังเกิดเหตุ ภายในร้านได้มีการล็อกประตู และเมื่อผู้ตายแน่นิ่งแล้ว จึงเปิดประตูออก พร้อมกำชับไม่ให้ตนไปบอกใคร และหากมีนักข่าวสอบถามก็ไม่ต้องให้ข้อมูล

พยานสาวยอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ตายได้ และขณะนี้มีความหวาดกลัวอย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะตามหาตัว เนื่องจากตนเป็นพยานเพียงคนเดียว และเป็นผู้บันทึกคลิปเหตุการณ์เอาไว้
ด้าน พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีอัตราโทษร้ายแรง และมีผู้ร่วมก่อเหตุเป็นชาวต่างด้าว พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และได้นำตัวฝากขังยังเรือนจำจังหวัดนนทบุรี และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป