ขร. เผยยอดใช้ระบบรางวันสงกรานต์ รวม 1.23 ล้านคน-เที่ยว ระบบรถไฟฟ้าคนแน่นแห่ร่วมงานเล่นน้ำ พุ่ง 1.14 ล้านคน-เที่ยว
ข่าวสังคม - โซเชียล

ขร. เผยยอดใช้ระบบรางวันสงกรานต์ รวม 1.23 ล้านคน-เที่ยว ระบบรถไฟฟ้าคนแน่นแห่ร่วมงานเล่นน้ำ พุ่ง 1.14 ล้านคน-เที่ยว

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยข้อมูลภาพรวมการเดินทางด้วยระบบรางประจำวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ของกระทรวงคมนาคม (ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569) พบว่า บรรยากาศการเดินทางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นไปอย่างเนืองแน่น ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้บริการระบบรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางไปยังสถานที่จัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ในจุดต่าง ๆ ส่งผลให้มีปริมาณการเดินทางระบบรางรวมทั้งสิ้น 1,231,412 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 13.38) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

รถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 82,732 คน-เที่ยว (ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 8.18) โดยไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีกรุงเทพและสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แบ่งเป็นผู้โดยสารขาออก 43,542 คน-เที่ยว และขาเข้า 39,190 คน-เที่ยว แบ่งเป็นผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 34,827 คน-เที่ยว และเชิงสังคม 47,905 คน-เที่ยว มีการจัดขบวนรถให้บริการรวม 206 เที่ยว (รวมขบวนพิเศษช่วยการโดยสาร 2 เที่ยว ได้แก่ เชียงใหม่ - กรุงเทพอภิวัฒน์ และ ยะลา – กรุงเทพอภิวัฒน์) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

สายใต้: 29,080 คน-เที่ยว (ขาออก 14,568 คน-เที่ยว / ขาเข้า 14,512 คน-เที่ยว) รวม 63 ขบวน

สายตะวันออกเฉียงเหนือ: 20,071 คน-เที่ยว (ขาออก 11,360 คน-เที่ยว / ขาเข้า 8,711 คน-เที่ยว) รวม 46 ขบวน

สายเหนือ: 14,513 คน-เที่ยว (ขาออก 7,747 คน-เที่ยว / ขาเข้า 6,766 คน-เที่ยว) รวม 33 ขบวน

สายมหาชัยและสายแม่กลอง: 9,785 คน-เที่ยว (ขาออก 4,867 คน-เที่ยว / ขาเข้า 4,918คน-เที่ยว) รวม 42 ขบวน

สายตะวันออก: 9,283 คน-เที่ยว (ขาออก 5,000 คน-เที่ยว / ขาเข้า 4,283คน-เที่ยว) รวม 22 ขบวน

ทั้งนี้ สะสมรวมสี่วันมีผู้ใช้บริการรถไฟระหว่างเมืองรวม 365,451 คน-เที่ยว

ระบบรถไฟฟ้า มีผู้ใช้บริการรวม 1,148,680 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 15.33) พบภาพรวมการเดินทางที่หนาแน่นเป็นพิเศษ สอดรับกับกระแสความนิยมของสถานที่เล่นน้ำยอดฮิตทั่ว กทม. ที่มีคลื่นมหาชนเลือกใช้ระบบรางเป็นตัวช่วยหลักในการเดินทางเลี่ยงรถติดไปร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างคึกคัก โดยมีรายละเอียดดังนี้

สายสีเขียว: 619,061 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 23.81 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.86 เมื่อเทียบกับวันเดียวกันปีที่ผ่านมา) ให้บริการ 1,090 เที่ยว (สายสุขุมวิท 752 เที่ยว รวมเสริม 2 เที่ยว และสายสีลม 338 เที่ยว) ครองแชมป์ผู้ใช้บริการสูงสุด เนื่องจากเป็นเส้นทางสายหลักที่ลำเลียงผู้คนเข้าสู่จุดเล่นน้ำสงกรานต์ระดับท็อปฮิต ทั้งอันดับ 1 อย่างสยามสแควร์ และอันดับ 2 ถนนสีลม รวมถึงฮับของกินอร่อยอย่างถนนบรรทัดทอง

สายสีน้ำเงิน: 315,482 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 6.31 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.91 เมื่อเทียบกับวันเดียวกันปีที่ผ่านมา) ให้บริการ 322 เที่ยว (รวมเสริม 4 เที่ยว) คึกคักไม่แพ้กัน โดยเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อไปยังจุดเล่นน้ำสำคัญ ทั้งถนนสีลม ปาร์ตี้สาดน้ำ S2O Land (ถนนเทียมร่วมมิตร) ย่านบรรทัดทอง (สถานีสามย่าน) ตลอดจนเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปยังถนนข้าวสาร

ARL: 60,857 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 11.31) ให้บริการ 177 เที่ยว (รวมเสริม 3 เที่ยว)

สายสีเหลือง: 40,021 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 10.21) ให้บริการ 216 เที่ยว

สายสีชมพู: 39,893 คน-เที่ยว ให้บริการ 432 เที่ยว (รวมส่วนต่อขยาย 216 เที่ยว ผู้ใช้บริการจำนวน 1,323คน-เที่ยว แต่ยังต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 5.71)

สายสีม่วง: 35,134 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 6.86) ให้บริการ 218 เที่ยว

สายสีแดง: 23,678 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 2.58) ให้บริการ 294 เที่ยว (เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต 178 เที่ยว และ ตลิ่งชัน 116 เที่ยว)

สายสีทอง: 14,554 คน-เที่ยว (สูงกว่าประมาณการร้อยละ 45.54 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 37.89 เมื่อเทียบกับวันเดียวกันปีที่ผ่านมา) ให้บริการ 223 เที่ยว (รวมเสริม 6 เที่ยว) มีการเสริมเที่ยวรถเพื่อรองรับทัพนักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าสู่งานสงกรานต์สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ไอคอนสยาม ซึ่งรั้งอันดับ 3 จุดเล่นน้ำยอดฮิตของคนกรุงในปีนี้

นายพิเชฐ กล่าวเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงการให้บริการระบบรถไฟฟ้าในเขตเมืองที่มีคลื่นมหาชนหนาแน่นว่า ขร. ได้กำชับให้ผู้ให้บริการทุกสายคุมเข้มมาตรการบริหารจัดการฝูงชน (Crowd Control) อย่างรัดกุม โดยเฉพาะสถานีที่เป็นจุดหมายปลายทางของการเล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อจัดระเบียบการเข้า-ออก และระบายความแออัดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารเทน้ำออกจากภาชนะก่อนเข้าระบบรถไฟฟ้า และเพิ่มความระมัดระวังการลื่นล้มบริเวณชั้นชานชาลาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคน พร้อมติดตามปริมาณผู้ใช้บริการผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) ประกอบการพิจารณาเพิ่มขบวนรถเสริม เพื่อลดความหนาแน่นที่สถานีรถไฟฟ้า

ในส่วนของการให้บริการรถไฟระหว่างเมือง (รฟท.) จากกรณีพบปัญหารถไฟขัดข้องและเหตุไฟไหม้ริมทางรถไฟจนส่งผลให้การเดินรถล่าช้านั้น ขร. ได้สั่งการด่วนให้ รฟท. เข้มงวดการตรวจสภาพหัวรถจักรและตู้โดยสารก่อนให้บริการ พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุให้สามารถเข้าแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที นอกจากนี้ ขอวิงวอนและเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเขตทางรถไฟ งดเว้นการจุดไฟเผาหญ้าหรือขยะโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะทำให้ขบวนรถล่าช้าแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและมีความผิดตามกฎหมาย

สำหรับการเดินทางในวันที่ 14 เมษายน 2569 คาดว่าประชาชนบางส่วนจะเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร รวมถึงยังคงมีการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด รฟท. จึงได้จัดเตรียมขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารเพิ่มเติมอีก 3 ขบวน เพื่ออำนวยความสะดวกและป้องกันผู้โดยสารตกค้าง ได้แก่

ขบวนที่ 974 นครราชสีมา – กรุงเทพอภิวัฒน์ เวลาออก 15.10 น.

ขบวนที่ 983 กรุงเทพอภิวัฒน์ – ยะลา เวลาออก 19.30 น.

ขบวนที่ 5 กรุงเทพอภิวัฒน์ – เชียงใหม่ เวลาออก 19.05 น.

นายพิเชฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขร. ขออภัยในความไม่สะดวกสำหรับเหตุขบวนรถไฟขัดข้องที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับความเข้มข้นในการดูแลความพร้อมของขบวนรถและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ ขอให้ประชาชนที่กำลังเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์เดินทางด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อขับขี่ผ่านบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยให้สังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟ และหยุดรถในระยะที่ปลอดภัย รวมถึงปฏิบัติตามกฎระเบียบของระบบขนส่งสาธารณะอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยสำหรับทุกคน