พ่อร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาวขับรถ จยย. จะกลับบ้าน ชนท้ายรถไถต่อพ่วงท้ายยาว แต่ไม่มีไฟท้าย จนเสียชีวิต ผ่านมาเกือบ 2 เดือน คดีไม่คืบ
ข่าวสังคม - โซเชียล

พ่อร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาวขับรถ จยย. จะกลับบ้าน ชนท้ายรถไถต่อพ่วงท้ายยาว แต่ไม่มีไฟท้าย จนเสียชีวิต ผ่านมาเกือบ 2 เดือน คดีไม่คืบ

วันนี้ (11 เม.ย. 2569) เวลา 10.30 คุณพ่อนายสมพร พรมภักดิ์ วัย 46 ปี เข้าพบนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากลูกสาวน้องกันยารัตน์ วัย 19 ปี ประสบอุบัติเหตุ ขับรถ จยย.ชนท้ายรถแท๊คเตอร์ต่อพ่วงไม่ติดสัญญาณไฟที่ท้ายพ่วง เหตุเกิด จ.ร้อยเอ็ด อ.จตุรพักตรพิมาน โดยคุณพ่อเล่าว่าเมื่อวันที่ 20 กพ 69 เวลา 19.00 น. ลูกสาวขับรถจาก ม.ราชภัฏร้อยเอ็ด เพื่อกลับบ้าน เนื่องจากเป็นวัน เสาร์อาทิตย์ ห่างจากบ้านพักเกือบ100 กิโล และเมื่อก่อนถึงบ้าน 2 กิโล บริเวณ จุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้มีรถแท๊คเตอร์ต่อพ่วงที่ไม่มีไฟท้ายวิ่งอยู่บนถนน เป็นเหตุทำให้ลูกสาวมองไม่เห็นพุ่งชนท้ายจนเสียชีวิตทันที ก่อนกู้ภัยและรถพยาบาลจะมาช่วยปฐมพยาบาลปั้มหัวใจแต่ไม่เป็นผล จึงรีบนำตัวส่ง รพ เพื่อจะยื้อชีวิตแต่สุดท้ายก็ยื้อไว้ไม่ได้ ก่อนได้รับแจ้งจากแพทย์ว่าลูกสาวคอหักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตนจึงมั่นใจว่าลูกสาวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

โดยเมื่อเกิดเหตุตนเองได้มาที่เกิดเหตุทันที พบซากรถ จยย ของลูกสาวล้มอยู่ พร้อมชาวบ้านที่มาดูเหตุการ แต่ไม่พบผู้ขับรถแท๊กเตอร์พ่วงคันที่เกิดเหตุ จึงรีบมาดูลูกที่ รพ  ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จตุรพักตรพิมาน เข้ามาพบ โดยทางเจ้าหน้าที่มาถามกับตนว่าติดใจการเสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่ ตนจึงเอ่ยไปว่าไม่ติดใจเพราะคิดว่าเป็นเพียงอุบัตรเหตุจากลูกสาวตนเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กล่าวว่าจะไปตรวจ แอลกอฮอลคนขับแท๊กเตอร์ต่อพ่วง ก่อนจะกลับมาแจ้งว่าตรวจแล้วไม่พบแอลกอฮอลในเลือดแต่อย่างใด ตนเองก็สงสัยว่าทำไมไม่นำตัวมาตรวจเลือดที่ รพ เพราะตนเองก็มัวแต่ยุ่งกับการเรื่องลูกสาว

ต่อมา ได้มาจัดพิธีศพให้ลูกสาว และได้พบกับคนขับแท๊กเตอร์ต่อพ่วง และบอกกับตนว่าจะขอบวชให้ แต่ไม่เคยรับสารภาพว่าตนเองเป็นฝ่ายผิด และไม่ได้บอกสาเหตุแน่ชัดให้รู้ว่าเหตุเกิดจากอะไร เพียงแต่ช่วยซองงานศพมา 10000 บาท และเมื่อหลังจากจัดการงานศพเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้พบคนขับรถแท๊คเตอร์พ่วงอีกเลย จนได้นัดคนขับไปเจรจาที่ สภ โดยมีการคุยเรื่องชดใช้ค่าเสียหาย ตนจึงเรียกไป 1 ล้านบาท แต่คู่กรณีจะจ่ายเพียง 8 หมื่น ก่อนสุดท้ายคู่กรณีจะเสนอให้เงินจำนวน แสนหกหมื่นบาท แต่ตนยังไม่ตกลง เพราะการสูญเสียลูกสาวประเมินค่าไม่ได้

โดยเวลาผ่านมาร่วมสองเดือน ตนเองได้สอบถามความคืบหน้าทางคดีไปยังพนักงานสอบสวน แต่ได้คำตอบมาเพียงว่าแจ้งให้รอหลักฐานจาก หน่วยพิสูตรหลักฐาน และจะเรียกไปสอบอีกที ตนจึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อเพจสายไหมต้องรอดเพราะเวลามันร่วงเลยมานานแล้ว กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และอีกอย่างคู่กรณีเป็นผู้มีแทธิพลในพื้นที่อีกด้วย

คุณแม่เอ่ยทั้งน้ำตาว่า ครั้งสุดท้ายที่คุยกับลูกคือช่วงบ่ายของวันที่ 19 กพ ลูกสาวบอกว่าจะกลับบ้านมาหาพ่อกับแม่ แต่จะขับรถกลับในช่วงเย็นเพราะแดดร้อน ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุในช่วงเวลาต่อมา แม่กล่าวว่ารู้สึกเสียใจเหมือนจะขาดใจเมื่อมารู้ข่าวลูกสาว ตนอยากจะฝากบอกลูกสาวว่าแม่รักหนูมากอยากกอดอยากหอมลูก ไม่คิดว่าที่คุยกันจะเป็นครั้งสึดท้าย โดยไม่มีโอกาสได้บอกลากันเลย

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่าการขับรถไถต่อพ่วงปกติควรมีไฟท้ายเพื่อให้สัญญาณ เพราะยิ่งถนนหนทางต่างจังหวัดอยู่แล้วด้วย ถนนมันจะมืดไม่ควรประมาทเช่นนี้ และจะประสานไปยังท่าน ผกก สภ.จตุรพักตรพิมาน  เพื่อตามความคืบหน้าทางคดี และฝากไปถึงเจ้าของรถไถได้ข่าวว่าเป็นคนกว้างขวางในพื้นที่ก็ขอให้มาเยียวยากับครอบครัวเค้าด้วย

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน