จากกรณีเกิดเหตุสะเทือนใจผู้ปกครอง เมื่อครูสอนพิเศษรายหนึ่งก่อเหตุใช้โทรศัพท์มือถือฟาดศีรษะเด็กนักเรียนชายวัย 7 ขวบจนได้รับบาดเจ็บ อ้างหงุดหงิดอากาศร้อน เนื่องจากเด็กทำแบบฝึกหัดผิด ด้านพ่อเด็กไม่ยอมความ เข้าแจ้งความดำเนินคดี พร้อมเผยมีผู้ปกครองรายอื่นแฉพฤติกรรมทำร้ายเด็กมาก่อน
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองยาว อ.เมือง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบ้านของครูจิตร (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ซึ่งเปิดเป็นสถานที่สอนพิเศษ ในช่วงปิดเทอม โดยครูจิตร เล่าว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ตนเองเตือนเด็ก เนื่องจากว่าน้องเป็นเด็กกึ่งสมาธิสั้น ไม่นิ่ง ตนเองได้เตือนไปและบอกให้ทำงาน และเมื่อเห็นพวกพี่ๆ ส่งงานหรือเดิน สมาธิน้องก็จะหลุด และจะมอง ไม่ยอมทำงาน

ในวันเกิดเหตุนั้นน้องจะนั่งอยู่ใกล้ๆ กับตนเอง ส่วนที่โทรศัพท์ไปโดนที่หัวเด็กแตกนั้นเกิดจากว่า ตนเองเตือนน้องว่าไม่ทำงาน และเด็กเกิดอาการปี๊ดใส่ ตนเองจึงได้หยิบโทรศัพท์ที่ไม่ได้ใส่เคสไปเคาะนิดๆ ที่หัว ประกอบกับเด็กหลบทำให้โทรศัพท์กระแทกไปที่หัว ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ตั้งใจ เป็นเพียงต้องการสะกิดให้หยุด เพราะมือตนเองก็ตรวจงานเด็กคนอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งที่ผู้ปกครองบอกว่า เด็กทำวิชาภาษาไทยผิดไป 3 ข้อนั้น ไม่ใช่ เนื่องจากว่าเมื่อวานเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ส่วนเรื่องที่กล่าวว่า ตนเองดึงหูเด็กไปทำแผลนั้น ตนเองเพียงแค่ดึงเสื้อเด็กให้นั่ง และนำอุปกรณ์มาทำแผลให้ ส่วนเรื่องที่ว่าตนเองเป็นคนขี้โมโหนั้น ตนเองยอมรับว่า ตนเองเป็นคนโมโหง่ายจริงๆ และลงไว ซึ่งก็แล้วแต่คน ส่วนการทุบหลังนั้น ตนเองเพียงแค่สะกิดเตือน และตนเองเป็นคนที่เสียงดัง เด็กแต่ละคน แต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน เด็กแต่ละคนจะมีภาวะติดจอ

ส่วนเรื่องที่ว่าตนเองเสนอเงินค่าทำขวัญให้ 500 บาทนั้น ตนเองบอกว่า จะช่วยค่าสินไหมที่จ่ายคืนค่าเรียนมาให้เป็นค่าสินไหม โดยคืนให้ 500 บาท ซึ่งทางผู้ปกครองเด็กขอมา 10,000 บาท ตนเองบอกไปว่า ไม่มีหรอกค่ะ ถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็ไปฟ้องเอา เนื่องจากว่าตนเองก็ไม่มี ทั้งนี้ ครูจิตรยอมรับว่าตนเองผิด ที่ทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และพร้อมที่จะไกล่เกลี่ย แต่ถ้าเรียกเงินมา ตนเองก็ไม่มี

ทางด้าน นางปพิชญา อายุ 49 ปี แม่เด็กผู้เสียหาย เผยว่า ตนเองยอมรับว่า ลูกตนเองเป็นเด็กสมาธิสั้น แต่ไม่เยอะ จะไม่ค่อยนิ่ง หลังจากที่ตนเองได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากสามี ก็รีบไปรับกลับมาบ้าน แต่ความรู้สึกของลูกตนเองนั้น ตอนแรกไม่กล้าร้อง แต่พอเห็นตนเอง ลูกก็ร้องออกมา ตัวสั่น ซึ่งถ้าครูจะไกล่เกลี่ยนั้น ตนเองไม่เอา แต่ก่อนก็รู้สึกสงสารครู เนื่องจากว่าเห็นอยู่คนเดียว แต่พอรู้จากเด็กข้างบ้านที่ไปเรียนด้วย เล่าให้ฟังว่า ลูกหัวแตกยังไม่พอ ยังดึงหูลูกตนเองไปล้างแผล ทำให้ตนเองรู้สึกจุกอยู่ในอก ตอนนั้นลูกตนเองยังเจ็บอยู่ ทำไมต้องเอามือดึงหูไปทำแผลด้วย แทนที่จะจับมือไป ตนเองเองรู้สึกโมโหมาก

ทางด้านผู้ปกครองเด็กที่เคยนำลูกชาย 2 คนไปเรียนพิเศษด้วย เล่าว่า เท่าที่ตนเองทราบมานั้น ครูมีพฤติกรรมที่รุนแรง ซึ่งถ้าถามเด็กหลายครั้งแล้ว เด็กตอบไม่ได้ ก็จะมีการลงมือทำร้ายเด็ก ทุบ ตี หยิกหู เอาปากกาจิ้มหัว ซึ่งเป็นการบอกเล่าของลูกตนเอง และเมื่อเวลาตนเองอาบน้ำให้ลูกๆ ก็จะเห็นบาดแผลเป็นประจำ สระผมให้ลูกก็จะเห็นเป็นรอยจิ้ม ซึ่งลูกก็บอกว่า ครูเอาปากกาจิ้มที่หัว และในบางครั้งก็จะให้เด็กกินข้าวในที่สอนเลย และยังมีการเอามะเฟืองจิ้มกับกะปิให้เด็กกิน ซึ่งเด็กบางคนก็ไม่เข้าใจว่า กะปิคืออะไร เด็กก็ไม่ชอบ แต่ถูกครูบังคับให้กินและห้ามคายออก ลูกของตนเองต้องยอมอมไว้ แล้วมาคายออกที่บ้าน

บางครั้งก็จะบังคับให้เด็กกินอาหารที่ไม่ชอบ ซึ่งถ้าเด็กไม่ทำตามก็จะโดนทุบจนอวกแตก และบังคับให้เก็บอวกเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้ว ตนเองก็เคยคุยกับครูมาหลายครั้งว่า ลูกตนเองนั้นตีได้ แต่ขอเป็นที่แขน ขา แต่อย่าตีที่หัว ลูกตนเองก็มาเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆ ว่า โดนครูตีหัวมาอีกแล้ว จนลูกตนเองทนไม่ไหว ตนเองจึงได้เอาลูกออกมา ไม่ให้ไปเรียนอีก ตนเองเห็นว่า แม้เหตุการณ์จะผ่านมาแล้วถึง 3 ปี แต่ครูก็ยังมีพฤติกรรมที่เหมือนเดิมอยู่ ส่วนสาเหตุที่ตนเองพาลูกมาเรียนกับครูจิตรนั้น ตนเองเห็นว่าเขาสอนดี แล้วเด็กเข้าใจไว เหมือนเป็นการสอนแบบกระโดดข้ามขั้น เช่นเด็ก ป.2 จะสอนหลักสูตรล่วงหน้า ป.3 ทำให้เด็กมีความรู้มากขึ้น แล้วเด็กไปสอบแข่งขันได้
ผู้ปกครองเด็กท่านนี้ กล่าวเสริมอีกว่า ตนเองเคยรู้ข่าวมาว่า ครูคนนี้เคยสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรี แต่เนื่องจากว่ามีพฤติกรรม สอนให้เด็กเขียน ก.ไก่ ข.ไข่ แล้วเด็กเขียนไม่ได้ ครูก็ลงมือทุบตีเด็ก ซึ่งผู้ปกครองเห็นพฤติกรรมจึงไปแจ้งกับ ผอ.โรงเรียน ทางโรงเรียนจึงได้ให้ลาออก
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เผยว่า หลังจากที่พ่อของเด็กได้เข้ามาแจ้งความไว้แล้วนั้น ตอนนี้ให้เด็กไปตรวจร่างกาย ซึ่งยังคงต้องรอผลตรวจจากแพทย์ และรวบรวมพยานหลักฐานจากนั้นจะเรียกคู่กรณีมาตกลงกัน ซึ่งถ้าตกลงกันไม่ได้ก็จะได้แจ้งจองกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระบุรี รายงาน