วันที่ 10 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่แพปลาดวงทวีพร บ้านทับละมุ ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา นายทวี แพใหญ่ นายกสมาคมเรือประมงจังหวัดพังงา เปิดเผยว่าจากภาวะสงครามที่ตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบวิกฤตเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำอาชีพเรือประมง ซึ่งปกติที่รัฐเคยช่วยเหลือน้ำมันเขียวที่เรือประมงใช้อยู่ลิตรละ18-19 บาท ล่าสุดราคาน้ำมันปรับขึ้นลิตรละเกือบ 50 บาท ทำให้เรือประมงต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ขณะกำลังรอแนวทางการช่วยเหลือของรัฐบาลอยู่ ถ้าไม่มีมาตรการข่วยเหลือชาวประมงออกมาเร็ววัน คาดว่าจะต้องหยุดทำการประมงทั้งหมดแน่ๆเพราะทนแบกภาระเรื่องราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นไม่ไหว รวมทั้งต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวเนื่องการการทำประมง ทั้งเรื่องค่าแรงงาน ค่าดูแลซ่อมแซมเรือ อุปกรณ์จับปลา เครื่องจักร ต่างๆ เรือ 1 ชุดที่ออกหาปลาแต่ละรอบประกอบด้วยเรือแม่ 1 ลำ เรือลูก 3 ลำ ลูกเรือประมาณ 50-60 คนค่าใช้จ่ายตกรอบละเกือบ 2 ล้านบาท

ขณะที่ปัจจุบันนี้ราคาปลาที่เรือประมงจับได้แล้วนำมาขึ้นขายให้กับบริษัทที่มารับซื้อก็ยังอยู่ในราคาเดิมยังไม่ได้ปรับขึ้นแต่อย่างใด นอกจากจะมีพ่อค้านอกพื้นที่มารับซื้อปลาบางชนิดก็อาจตะได้ราคาสูงกว่าปกติแต่ก็ไม่ได้มากกว่าเดิมเท่าไหร่
ส่วนเรือบางชุดที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ก็มีค่าใข้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาแต่ละชุดนับ 100,000 บาท จ้างคนดูแลซ่อมแซมเรือลำละประมาณ 8 คน เรือไม่เหมือนรถจอดนิ่งๆเรือรั่วก็จะจมลงใต้ทะเลทันที ที่แพตอนนี้จอดนิ่งไม่มีรายได้แล้วหลายสิบลำ

ปัจจุบันนี้สมาคมเรือประมงจังหวัดพังงามีเรือประมงอยู่กว่า 400 ลำ ประกอบด้วยเรือแม่กว่า 100 ลำ เรือลูกกว่า 300 ลำ หากเรือประมงหยุดออกหาปลาจะทำให้แรงงานประมงตกงานไม่มีรายได้กว่า 4,000 -5,000 คน
ห่วงโซ่อาหารที่ประชาชนใช้สัตว์น้ำบริโภค โดยเฉพาะปลาทะเลต้องอยู่ในภาะขาดแคลน ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้างอย่างแน่นอน จึงอยากให้ทางรัฐบาลรีบหาทางข่วยเหลือชาวประมงโดยด่วน หากหาทางช่วยเหลือเรื่องราคาน้ำมันไม่ได้ก็ขอให้รัฐบาลช่วยมารับซื้อเรือประมงจากชาวบ้านไป และพร้อมจะหยุดทำอาชีพการประมงทั้งหมด

ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัด พังงา รายงาน