เวลา 14.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2569 นายชาลี ไตรรัตน์ หรือ แน็ก นักแสดง นำหลักฐาน เกี่ยวกับคดีที่คนร้ายขโมยของในบ้านตนเองหายไป เช่น ปืน ปืนโบราณ จำนวน 65 กระบอก เครื่องดนตรีโบราณ เงินสด ทองคำรูปพรรณ มูลค่ากว่า 10 ล้าน ที่หายไปตั้งแต่ช่วงเดือน พฤษภาคม 2568
แน็ก ชาลี บอกว่า วันนี้ตนเองนำหลักฐานที่ตนเองหามาได้มาให้ พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไปแจ้งความไว้ที่ สน.โชคชัย แต่ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เหตุการณ์จะครบ 1 ปีแล้ว ไม่ได้อยากจะเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร แต่ในเมื่อผมให้โอกาสแล้ว ให้มานานแล้ว หลังจากนี้ก็จะเป็นกระบวนการของตำรวจ เพราะที่ผ่านมา ที่ผมไปติดตามของเอง สังคมก็มองว่าผมเป็นเด็กเลี้ยงแกะ สร้างกระแส มองเป็นเด็กแรงๆ แต่พอ ในช่วง 10 วันที่ผ่าน มันมีกระแสกขึ้นมา หลายคนก็ออกมากระตือรือร้น ผมเองก็ขอบคุณ แต่ที่ผ่านมา ที่ผมพยายามติดตามของคืน ผมเชื่อว่า กลุ่มคนร้าย ที่เคยเป็นคนที่ผมเลี้ยงดูให้ข้าวให้น้ำ แต่กลุ่มคนร้าย จะต้องรู้จักกับตำรวจแน่นอน เพราะตอนที่ตนเองไปตามเรื่อง ไปชี้เป้า ให้ตำรวจ แต่ก็ไม่ดำเนินการให้ ผมเชื่อเขาต้องรู้จักกันแน่นอน

ผมรู้สึกเสียดายมาก ถ้าตำรวจตามของกลางให้ตั้งแต่แรก ปืนทั้ง 65 กรถบอก ผมจะกลับคืนมาในสภาพที่ดี ไม่เป็นแบบนี้ ผมไม่อยากจะนึกเลยว่า ปืนของผมจะสภาพเป็นอย่างไร ผมดูแลปืนมาอย่างดี ปืนโบราณที่ผมไปซื้อ ไปตามหามาทั้งประเทศไทย และต่างประเทศ ทุกอย่างมันมีทะเบียนถูกต้องทั้งหมด ผมสะสมด้วยความชื่นชอบ ไม่เคยเอาออกมาโชว์ใคร ผมดูแลของผมอย่างดี แต่ถ้าได้คืนมาสภาพมันต้องไม่เหมือนเดิม มันต้องเน่ แน่นอน และในตู้เซฟมันมีทั้งเงิน ทอง แต่ผมหวังจะได้ปืนคืนกลับมา เพราะมันเป็นคุณค่าทางใจมากที่สุด บางกระบอกได้มาจากต่าฃประเทศ ราคาสูง ชุดอุปกรณ์ดูแลอีก มูลค่ามันประเมินไม่ได้ ผมเสียดายจริงๆ ถ้าตามให้ผมตั้งแต่แรก เราคงได้ปืนกลับมาทั้งหมดให้สภาพที่ยังรับได้

แน็ก ยังบอกอีกว่า ตลอด 9 เดือน ที่ผ่านมา ยืนยันว่า ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนม่คุย มาช่วยทำคดี แต่พอมีประเด็นขึ้นมา ก็มีผู้ใหญ่หลายคนจะเข้ามาคุยกับผม แต่ผมไม่ขอคุย ทำไมก่แนหน้านี้ไม่มาคุย

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีผู้ใหญ่ไม่ให้ตามคดี ผมมองว่า ผมไม่ได้อยากไปมีปัญหาอะไรกับใคร เพราะก็มีคนมาบอกว่า ตำรวจตามให้สุดๆแล้ว ผมก็มองออกแล้วว่าอะไรยังไง ส่วนถ้าปืนผมไปอยู่กับใคร คนเหล่านั้นก็ต้องรับผิด เพราะเป็นปืนเถื่อน คุณรับของโจร พวกคุณก็ต้องถูกดำเนินคดี และผมเชื่อว่า คนร้ายมีมากกว่าที่ตำรวจจับกุมได้แน่นอน
พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ บอกว่า ตนเองได้คุยกับผู้กำกับสน.โชคชัย คุยกับพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนของตำรวจนครบาล4 แล้ว ถึงรายละเอียดเบื้องต้นแต่เมื่อผู้เสียหายยังมีความกังวลและนำหลักฐานมาร้องที่เราผมจะให้ตำรวจกองปราบลงไปช่วยในการสืบสวนและติดตามของกลางกลับคืนมา ให้ได้มากที่สุด เบื้องต้นจากที่คุยกับตำรวจชุดทำคดี บอกว่า ตัวผู้ต้องหา ทั้ง 3 นายอ้น นายตี๋ นายอาร์ต ทั้งหมดยังให้การภาคเสธ ยังปากแข็ง ซึ่งตำรวจจะส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 3 ในวันที่ 25 เมษายนนี้

ส่วนของกลางหากผู้ต้องหานำไปขายก็คงเป็นเรื่องที่ลำบากเพราะปืนมีเอกลักษณ์มีเลขเฉพาะของแต่ละกระบอก หากนำไปขายก็คงสามารถติดตามได้ไม่ยากซึ่งจะให้ตำรวจกองปราบเร่งดำเนินการในประเด็นนี้ให้เร็วที่สุด

ยืนยันว่า คดีไม่ซับซ้อน เพราะตามตัวผู้ต้องหาได้แล้วส่วนของการก็ต้องไปตรวจสอบว่าคนร้ายเอาไปไว้ที่ไหน ส่วนจะอยู่กับใคร หรืออยู่กับผู้ใหญ่ ก็ไม่ยาก ขอไปตรวจสอบก่อน ยืนยันอยู่ที่ใครก็จะตามมาทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน