ลูกผู้ชายตัวจริง! หนุ่มเปิดบัญชีม้า คดีฉ้อโกงตามหมายจับ 2 คดี ยอมมอบตัวกลางดึก พาครอบครัวมาด้วยหวังศาลเมตตา
ข่าวสังคม - โซเชียล

ลูกผู้ชายตัวจริง! หนุ่มเปิดบัญชีม้า คดีฉ้อโกงตามหมายจับ 2 คดี ยอมมอบตัวกลางดึก พาครอบครัวมาด้วยหวังศาลเมตตา

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พชรชัย ปาณะดิษ, พ.ต.ท.อติชาต แย้มผกา และ พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.5 สั่งการให้ พ.ต.ต.นิเทศ พวงพิลา สว.กก.สส.บก.น.5 นำกำลังชุดปฏิบัติการที่ 4 เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ

ผู้ต้องหาคือ นายพร (สงวนชื่อนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาว ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 193/2568 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ในความผิดฐาน ฉ้อโกง และโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ เปิดบัญชีธนาคารให้ขบวนการมิจฉาชีพนำไปใช้เป็น “บัญชีม้า” รับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีฉ้อโกง ก่อนจะถูกออกหมายจับ

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า ผู้ต้องหามี หมายจับรวม 2 หมาย ได้แก่

1. หมายจับศาลจังหวัดพะเยา ที่ 193/2568 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2568

2. หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.41/2569 ลงวันที่ 9 มกราคม 2569 ของ สภ.สารภี

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. บริเวณลานจอดรถ กก.สส.บก.น.5 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

ก่อนหน้านี้ในช่วงกลางวัน เจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจสอบที่พักย่านลำลูกกา แต่พบว่าผู้ต้องหาได้พาภรรยาและลูกออกจากบ้านไปก่อน กระทั่งช่วงเย็นเจ้าหน้าที่จึงติดต่อไปยังผู้ต้องหาเพื่อให้เข้ามอบตัว

แม้เวลาจะล่วงเลยจนถึงช่วงค่ำ ผู้ต้องหาตัดสินใจ รักษาคำพูด เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตามนัดหมายในช่วงดึก พร้อมพาภรรยาและลูกมาด้วย โดยหวังให้ศาลพิจารณาเมตตา

เมื่อผู้ต้องหามาถึง เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเป็นตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับให้ดูและอ่านจนเข้าใจ ตรวจสอบหมายเลขบัตรประชาชนพบตรงกับบุคคลตามหมายจับ ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลเดียวกันและยังไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน

ทั้งนี้ ก่อนดำเนินการควบคุมตัว พ.ต.ต.นิเทศ พวงพิลา ยังได้มอบเงินจำนวน 700 บาท เป็นค่าขนมให้กับบุตรของผู้ต้องหา เพื่อเป็นกำลังใจ ก่อนเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิผู้ต้องหาตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้ผู้ต้องหาจะหลบออกจากบ้านในช่วงแรก แต่สุดท้ายได้ตัดสินใจ เข้ามอบตัวตามสัญญา แสดงความรับผิดชอบต่อกระบวนการยุติธรรม.