วันที่ 2 เมษายน 2569 เกิดกระแสเตือนภัยด้านสุขภาพ หลังมีการพูดถึงกรณีของ คุณคริสติน ที่มีรายงานว่าได้รับผลข้างเคียงจากการรับประทานยารักษาโรคประจำตัวร่วมกับยาแก้แพ้ จนเกิดอาการง่วงอย่างรุนแรงและนำไปสู่เหตุการณ์ตามที่ปรากฏในข่าว สร้างความกังวลให้ประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ยา โดยผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนว่า การกินยาหลายชนิดร่วมกันโดยไม่รู้ข้อมูล อาจก่ออันตรายมากกว่าที่คิด
5 คู่ยา ที่ไม่ควรกินพร้อมกัน อันตรายกว่าที่คิด
ช่วงนี้มีข่าวของคุณคริสติน ที่ให้ข้อมูลว่าทานยารักษาโรคประจำตัวคือภูมิแพ้ และทานยาแก้แพ้เข้าไปด้วย แล้วทำให้รู้สึกง่วงมาก จนเกิดเหตุตามข่าว เรื่องนี้จริง ๆ เป็นสิ่งที่อยากเตือนทุกคนมาก ๆ ครับ
เพราะหลายคนคิดว่า ยาเป็นของปลอดภัย กินยังไงก็ได้
แต่ในความเป็นจริง ยาบางตัว ถ้ากินคู่กัน อาจทำให้ง่วง ความดันตก เลือดออก หรือยาบางตัวไม่ออกฤทธิ์เลย
วันนี้เลยอยากเตือนทุกคนเรื่อง คู่ยาที่ไม่ควรกินพร้อมกัน ที่คนพลาดบ่อยมาก
1.ยาแก้แพ้ + ยาแก้แพ้อีกตัว
เช่น คนเป็นภูมิแพ้ กินยาประจำอยู่แล้ว
แต่พอมีผื่น คัน น้ำมูก ก็ซื้อยาแก้แพ้มากินเพิ่ม
ผลคือ ง่วงมาก เวียนหัว สมาธิลดลง ขับรถอันตราย
บางคนง่วงจนเกือบหมดสติได้
ก่อนกินยาเพิ่ม ควรถามเภสัชหรือหมอก่อนเสมอ
2.ยาลดกรด + ยาฆ่าเชื้อบางชนิด
เช่น ยาลดกรด + Ciprofloxacin / Doxycycline
ยาลดกรดจะไปจับกับยา
ทำให้ ยาฆ่าเชื้อดูดซึมไม่ได้
กินยาเหมือนไม่กิน → เชื้อไม่หาย
ถ้าจำเป็นต้องกิน
ให้กินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
3.Viagra + ยาลดความดัน / ยาขยายหลอดเลือด
อันนี้สำคัญมาก Viagra กินร่วมกับ
- ยาความดัน
- ยาขยายหลอดเลือด
- ยาไนเตรต
อาจทำให้ ความดันตก หน้ามืด เป็นลม หัวใจขาดเลือดได้
โดยเฉพาะ Viagra + Nitrate = ห้ามเด็ดขาด
4.ยาแก้ปวด + ยาแก้ปวด
หลายคนปวดมาก
กิน Brufen แล้วไม่หาย กิน Cataflam ต่อ
หรือกินหลายตัวพร้อมกัน
แต่จริง ๆ แล้วเป็น ยาแก้ปวดกลุ่มเดียวกัน
ผลคือ กระเพาะอักเสบ เลือดออกในกระเพาะ ไตเสื่อม ยาแก้ปวด ไม่ควรกินซ้อนกันเอง
5.พาราเซตามอล + ยาแก้หวัด
อันนี้เจอบ่อยที่สุด
เพราะในยาแก้หวัด
มีพาราเซตามอลอยู่แล้ว
ถ้ากินพาราเพิ่มเข้าไปอีก
- พาราเกิน
- ตับอักเสบ ตับวายได้
หลายคนไม่รู้เรื่องนี้เลย อยากฝากไว้จริง ๆ ครับ การกินยา ไม่ใช่แค่กินให้หาย แต่ต้องกินให้ปลอดภัยด้วย