สะเทือนวงการครู! คุรุสภาเคลื่อนไหวแล้ว หลังดราม่าครูโหดตบ-ต่อยนักเรียนชลบุรี
ข่าวสังคม - โซเชียล

สะเทือนวงการครู! คุรุสภาเคลื่อนไหวแล้ว หลังดราม่าครูโหดตบ-ต่อยนักเรียนชลบุรี

จากกรณี ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ถูกกล่าวหาว่าลงโทษนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการตบและต่อย เนื่องจากไม่ส่งงาน จนผู้ปกครองเข้าแจ้งความและร้องเรียนให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ล่าสุดคุรุสภารับทราบเรื่องและเริ่มกระบวนการตรวจสอบแล้ว

ล่าสุด วันที่ 18 มีนาคม ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภาได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลครูที่ตกเป็นข่าว ทั้งด้านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ การได้รับรางวัลต่าง ๆ จากคุรุสภา รวมถึงดำเนินการตรวจสอบทางจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างเร่งด่วน

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ครูรายดังกล่าวเป็นข้าราชการครู สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง ออกให้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และจะหมดอายุวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2576 ขณะเดียวกัน รางวัลครูผู้สอนการงานอาชีพดีเด่นที่ปรากฏในข่าว เป็นรางวัลจากหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ใช่รางวัลที่ออกโดยคุรุสภา

ทางคุรุสภา ได้รับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาดําเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ และอยู่ระหว่างประสานข้อมูลอย่างเป็นทางการกับหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏในข่าว พฤติกรรมอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างร้ายแรง ซึ่งมีระดับโทษถึงขั้นพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาต และจะได้นำเสนอคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินิจฉัยชี้ขาดกำหนดระดับโทษต่อไป เลขาธิการคุรุสภากล่าว

ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกระบวนการพิจารณาการประพฤติตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาดำเนินการอย่างรวดเร็วและเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ และกรณีนี้จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและสรุปผลโดยเร็ว เพื่อดูแลความปลอดภัยของนักเรียนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

ขอแจ้งไปยังผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกคน ให้ตระหนักถึงการดำเนินการใด ๆ กับศิษย์ โดยเฉพาะการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ ควรใช้วิธีการปรับพฤติกรรมของศิษย์ในทางที่สร้างสรรค์ ร่วมกันดูแลและสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน ไม่ใช้ความรุนแรงทั้งทางกายและวาจา และต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งทางจิตใจและร่างกายของศิษย์เป็นสำคัญ ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว