ปิดมหากาพย์คดี อควาเรียมหอยสังข์สงขลา ป.ป.ช.ไต่สวน 15 ปี ชี้มูลทุจริต 5 ราย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ปิดมหากาพย์คดี อควาเรียมหอยสังข์สงขลา ป.ป.ช.ไต่สวน 15 ปี ชี้มูลทุจริต 5 ราย

มหากาพย์คดีทุจริตโครงการก่อสร้าง อควาเรียมหอยสังข์สงขลา ที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 15 ปี เริ่มเห็นบทสรุปชัดเจน หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้เวลาสอบสวนยาวนาน ก่อนมีมติชี้มูลผู้ถูกกล่าวหา 5 ราย จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 27 ราย และส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โครงการอควาเรียมหอยสังข์ ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา เดิมมีแนวคิดจัดตั้งเป็นศูนย์ศึกษาและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยใช้งบประมาณเริ่มต้นประมาณ 850 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการก่อสร้างมีการแก้ไขแบบหลายครั้ง ทำให้งบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 ล้านบาท ก่อนเริ่มก่อสร้างในปี 2550 และดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปี 2554 แต่ผู้รับเหมาได้ทิ้งงาน ทั้งที่มีการเบิกจ่ายงบประมาณจำนวนมากไปแล้ว ส่งผลให้โครงการถูกปล่อยทิ้งร้างและกลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาคอร์รัปชันที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน

ภายหลังการตรวจสอบ ป.ป.ช. รับเรื่องเป็นคดีทุจริตและใช้เวลาสอบสวนตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2569 รวมระยะเวลากว่า 15 ปี โดยสำนวนการสอบสวนมีความยาวกว่า 3,000 หน้า ก่อนมีข้อสรุปว่ามีผู้ถูกกล่าวหา 5 ราย ทั้งนี้ ป.ป.ช. ได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาฟ้องคดี โดยผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิต่อสู้คดีในชั้นอัยการและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

แม้คดีทุจริตจะเริ่มคลี่คลาย แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ อนาคตของโครงการอควาเรียมหอยสังข์ ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 1,400 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

ในประเด็นนี้ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หลังเข้ารับตำแหน่งได้เร่งผลักดันแนวทางแก้ไขปัญหา โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ อบจ.สงขลา เข้าไปดำเนินการพัฒนาโครงการต่อ

ขั้นตอนสำคัญคือให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โอนที่ดินโครงการจำนวนประมาณ 90 ไร่ ให้กับกรมธนารักษ์ ก่อนที่กรมธนารักษ์จะส่งมอบพื้นที่ให้ อบจ.สงขลา ซึ่งกระบวนการดังกล่าว ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

นายสุพิศ ระบุว่า อบจ.สงขลา ได้จัดทำแผนพัฒนาโครงการไว้แล้ว โดยมีแนวคิดพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจครบวงจร ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ศูนย์สินค้าโอทอป ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ ตลาดเอสเอ็มอี และตลาดอาหารทะเล รวมถึงพื้นที่กิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับจังหวัด

นอกจากนี้ อบจ.สงขลา ยังมีแนวทางเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อลดภาระงบประมาณของท้องถิ่น โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้งบประมาณภาษีของประชาชนในโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าว

สำหรับการบริหารในอนาคต มีแนวคิดให้เอกชนหรือมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ทั้งนี้ หากขั้นตอนการโอนสิทธิและการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น โครงการอควาเรียมหอยสังข์ที่เคยถูกทิ้งร้างมายาวนาน อาจได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาให้กลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดสงขลาในอนาคต

จาก โครงการร้าง ที่เคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก อควาเรียมหอยสังข์ อาจมีโอกาสพลิกฟื้นกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดสงขลา หากแผนการพัฒนาที่เสนอไว้สามารถเดินหน้าต่อได้ตามขั้นตอนของภาครัฐในระยะต่อไป

ข้อมูล DAILYNEWS ONLINE

ข่าวที่คุณอาจสนใจ