ยอดพุ่ง! โรคสุกใสระบาดหนัก เปิดช่วงอายุที่ติดมากที่สุด
ข่าวสังคม - โซเชียล

ยอดพุ่ง! โรคสุกใสระบาดหนัก เปิดช่วงอายุที่ติดมากที่สุด

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 กรมควบคุมโรค เปิดเผยสถานการณ์โรคสุกใสในประเทศไทย โดย นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกองระบาดวิทยา ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 4 มีนาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคสุกใสสะสมแล้ว 10,560 ราย และยังไม่พบผู้เสียชีวิต โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 208 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.97

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุ พบว่ากลุ่มเด็กวัยเรียนมีอัตราการป่วยสูงที่สุด ได้แก่ เด็กอายุ 5-9 ปี มีอัตราป่วย 76.40 ต่อแสนประชากร รองลงมาคือกลุ่มอายุ 10-14 ปี อัตราป่วย 55.90 ต่อแสนประชากร และกลุ่มอายุ 0-4 ปี อัตราป่วย 49.10 ต่อแสนประชากร สะท้อนว่าการรวมกลุ่มของเด็กในสถานศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของโรค ทั้งนี้ โรคสุกใสสามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน โดยเฉพาะช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคยังรายงานเหตุการณ์พบผู้ป่วยโรคสุกใสเป็นกลุ่มก้อนในสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยผลการสอบสวนโรคเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและทีมสหสาขาวิชาชีพ ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อโรคสุกใส (Chickenpox) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส Varicella zoster พบผู้ป่วยรวม 23 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยสงสัย 22 ราย และผู้ป่วยยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 1 ราย

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไข้ร่วมกับผื่นและตุ่มน้ำใสกระจายตามร่างกาย ซึ่งเป็นลักษณะอาการจำเพาะของโรค โดยขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อน ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดถูกนำเข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการแยกผู้ป่วย การติดตามอาการผู้สัมผัส การทำความสะอาดสถานที่ รวมถึงการสื่อสารข้อมูลด้านสุขภาพให้ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องรับทราบ พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากโรคสุกใสมีระยะฟักตัวประมาณ 10-21 วัน

ด้าน นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า แม้โรคสุกใสโดยทั่วไปจะไม่รุนแรง แต่ผู้ป่วยควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน และพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านจนกว่าตุ่มผื่นจะตกสะเก็ดทั้งหมด เพื่อลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยปกติอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายภายใน 1-3 สัปดาห์ พร้อมกันนี้ยังแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

สำหรับวัคซีนป้องกันโรคสุกใส คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคได้จัดลำดับความสำคัญไว้ในลำดับที่ 7 ของการนำวัคซีนใหม่เข้าสู่แผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กอายุ 1 ปี และเด็กอายุ 4-6 ปี จำนวน 2 โดส ซึ่งหากนำเข้าสู่ระบบวัคซีนแห่งชาติในอนาคต จะช่วยลดภาระโรคและโอกาสการระบาดในโรงเรียนได้ในระยะยาว

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ได้แก่ การล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และสวมหน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการป่วย หากมีไข้ร่วมกับผื่นหรือตุ่มน้ำใสตามร่างกายควรรีบไปพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้อื่น โดยยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด และสามารถควบคุมการแพร่กระจายได้ด้วยมาตรการสาธารณสุขที่เหมาะสม ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422