เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 สถานการณ์เสือโคร่งจากเขต อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ออกนอกพื้นที่ป่าเข้ามาในชุมชน สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านหมู่ 5 บ้านตากฟ้า ต.ปางตาไว อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร อย่างหนัก หลังพบเสือโคร่งขนาดใหญ่เดินวนเวียนในหมู่บ้านต่อเนื่องนาน 3-4 วัน และก่อเหตุทำร้ายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้นำชุมชนหมู่ 5 บ้านตากฟ้า และหมู่ 4 บ้านไพรสวรรค์ แจ้งพบร่องรอยเสือโคร่งออกนอกแนวเขตอุทยานในพื้นที่ทำกินประชิดป่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบรอยตีนเสือ 1 ตัว ขนาดกว้าง 11 เซนติเมตร ยาว 12 เซนติเมตร มุ่งหน้าไปทางพื้นที่เตรียมประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาไม้กระทู้-เขาน้ำอุ่น
ต่อมา วันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ ยังพบรอยตีนเสือในพื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ลงพื้นที่ติดตามต่อเนื่อง ติดตั้งกล้องดักถ่าย NCAPS และใช้โดรนตรวจจับความร้อนบินสำรวจ แต่ยังไม่พบตัวเสือ

กระทั่งคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุเสือโคร่งบุกเข้าคอกหมูป่าของชาวบ้านในหมู่ 5 บ้านตากฟ้า กัดแม่หมูป่าจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะย้อนกลับมาในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ลากซากหมูน้ำหนักราว 80 กิโลกรัม ออกไปกินในไร่อ้อยหลังหมู่บ้าน ห่างจากคอกเพียงประมาณ 80 เมตร
ด้านนายฝุ่น (สงวนนามสกุล) อายุ 79 ปี เจ้าของหมูป่า เล่าว่า คืนเกิดเหตุได้ยินเสียงหมูร้องโหยหวน เมื่อออกไปดูพบเสือโคร่งตัวใหญ่กำลังกัดขย้ำแม่หมูอยู่ พอเสือเห็นแสงไฟจึงกระโจนหนีเข้าความมืด ทิ้งแม่หมูนอนหายใจรวยรินก่อนตายในเวลาต่อมา แม้เจ้าหน้าที่จะซุ่มเฝ้าระวัง แต่เสือยังกล้ากลับมาลากซากออกไปได้
ต่อมาเช้าวันที่ 1 มีนาคม เจ้าหน้าที่นำโดรนตรวจจับความร้อนบินสำรวจบริเวณไร่อ้อย และสามารถบันทึกภาพเสือขณะกำลังกินลูกหมูอยู่ได้ ยืนยันว่าเสือยังคงวนเวียนในพื้นที่ใกล้ชุมชน ทั้งนี้ ชาวบ้านหลายรายเชื่อว่าเสือยังไม่กลับเข้าป่าลึก แต่อาจซุ่มเฝ้าซากเหยื่อเพื่อกลับมากินต่อ รวมถึงเสี่ยงคุกคามสัตว์เลี้ยงอื่น โดยเฉพาะควายที่เลี้ยงไว้ใกล้จุดเกิดเหตุ

ด้านนายราชภูมิ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เจ้าของควายในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า คอกควายอยู่ไม่ไกลจากจุดพบรอยเสือ ขณะนี้ต้องมานอนเฝ้าและจุดไฟสร้างแสงสว่างตลอดคืนตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ เพราะเกรงว่าเสืออาจย้อนกลับมาอีก
ส่วนด้านนายธีรวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ลงสำรวจเส้นทางรอยเท้าเสือที่พบหลายจุดในหมู่บ้าน คาดว่าเป็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ ความยาวเกือบ 2 เมตร สูงประมาณ 1 เมตร ซึ่งถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง หากเข้าทำร้ายสัตว์เลี้ยงหรือคน

ทั้งนี้ นายปัณญา ประดาพล นายก อบต.ปางตาไว เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดสายตรวจรอบหมู่บ้าน พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงออกจากบ้านในยามวิกาลโดยลำพัง และเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลสัตว์เลี้ยง
เบื้องต้นสันนิษฐานว่า เสือโคร่งตัวดังกล่าวอาจเป็นเสือรุ่นใหม่ที่กำลังขยายอาณาเขตออกนอกแนวป่า อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์รอยเท้าและพฤติกรรม เพื่อวางแผนผลักดันกลับเข้าสู่ป่าลึกโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่คงกำลังเฝ้าระวังเข้มตลอด 24 ชั่วโมง ท่ามกลางความหวาดผวาของชาวบ้านที่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน จนกว่าเสือโคร่งตัวนี้จะถูกผลักดันกลับสู่ผืนป่าอย่างถาวร