ในเวลานี้เรียกได้ว่า ชื่อของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ถูกสังคมจับตาอีกครั้ง หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการส่งมอบทองคำแท่งของกลางตามคำพิพากษาศาลฎีกา ให้กระทรวงการคลังเพื่อนำส่งเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้นายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการฯ และนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการฯ พร้อมคณะ ร่วมกันส่งมอบทองคำแท่งน้ำหนักรวมประมาณ 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ กับนายสาธิต ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน
คดีนี้สืบเนื่องจากมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ที่ชี้มูลความผิดนายสาธิต ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร โดยภายหลังมีมติว่า รายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อของนายสาธิต รวม 15 รายการ เป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยไม่สมควร สืบเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนเส้นทางชีวิตราชการ นายสาธิตสำเร็จการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ ที่ Atlanta University สหรัฐอเมริกา เริ่มรับราชการในตำแหน่งนักวิชาการ กรมสรรพากร และเป็นหนึ่งในคณะทำงานศึกษาการนำระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มาใช้แทนภาษีการค้าในช่วงปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ของประเทศ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม และเคยถูกมองว่าเป็นข้าราชการดาวรุ่ง ตัวเต็งก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ชีวิตราชการต้องพลิกผันในปี 2556 หลังมีจดหมายร้องเรียนถึงพฤติการณ์ที่อาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ส่งออกเศษเหล็กซึ่งขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในวงเงินสูงผิดปกติ แม้การตั้งคณะกรรมการสืบสวนในช่วงแรกยังไม่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องโดยตรง แต่สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปในปี 2558 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งพักราชการ
ต่อมา ป.ป.ช. ตรวจพบทรัพย์สินร่ำรวยผิดปกติ และมีคำสั่งอายัดทองคำมูลค่า 179 ล้านบาท ก่อนจะมีประกาศโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งราชการในปี 2559 และในปีเดียวกัน ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอย่างเป็นทางการ

คดีทุจริตแวตซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท นำไปสู่คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2564 ให้จำคุกตลอดชีวิต และในปี 2567 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ทองคำจำนวนกว่า 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน
การส่งมอบทองคำในครั้งล่าสุด จึงถือเป็นการปิดฉากหนึ่งของคดีสำคัญที่สังคมจับตามานาน พร้อมสะท้อนผลลัพธ์ทางกฎหมายจากคดีร่ำรวยผิดปกติของอดีตข้าราชการระดับสูง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นดาวรุ่งในกระทรวงการคลัง ก่อนเส้นทางชีวิตจะพลิกผันอย่างสิ้นเชิง