ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม

ทลายโกดังบุหรี่เถื่อนใจกลางเมืองโคราช ยึดของกลาง 1,500,000 มวน มูลค่าเกือบ 7 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

ตามนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อนหนีภาษี พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร. มอบหมายให้ทุกหน่วย ระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงบุหรี่หนีภาษี ในระหว่างวันที่ 1 - 15 ก.ค. 69 เพื่อยกระดับการปราบปรามให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนผิดกฎหมาย ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอย่างมาก

วันนี้ (3 ส.ค.69) ณ ห้องประชุมชัยจินดา กองบัญชาการสอบสวนกลาง ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ (ศปบย.ตร.) โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.อ.นิรันดร  เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วงศ์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ. กรมสรรพสามิต ภายใต้การอำนวยการของ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต, ว่าที่ร้อยตรียงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่ จ.นครราชสีมา

โดยในช่วงการระดมกวาดล้างการรกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 - 15 ก.ค.69 ของ ศปบย.ตร.นั้น ได้สั่งการให้ บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพ็ชร์ รอง ผกก.2 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้แก่ พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว.กก.2 บก.ปอศ., ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ฮงสูน, ร.ต.อ.ธนาธิป รุ่งสว่าง รอง สว.กก.2 บก.ปอศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ปอศ. ร่วมกับ กรมสรรพสามิต นำโดย นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม และ นายคณาเศรษฐ์ อัครวรทัศน์ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษ รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านการตรวจสอบสรรพสามิต. นางปารณีย์ ขุนวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปราม 2, นายกฤตย์ ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนควบคุมระบบปฎิบัติการป้องกันและปราบปราม พร้อมด้วย สายตรวจสรรพสามิตชุดที่ 6.1 นายปิ่นพงศ์ พิศพักตร์, นายณัชพัฒน์ ปัตถาวโร นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ

ร่วมกันดำเนินการสืบสวนหาข้อมูลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษี โดยสืบทราบว่า ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีการแพร่ระบาดของบุหรี่หนีภาษี หรือบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนให้กับคนในพื้นที่จริง โดยมี นางติ๋วฯ (ในขณะนั้นยังไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อนทั้งปลีกและส่ง ที่บ้านไม่มีเลขที่ ถนนสืบศิริ ซ.3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยมีการเปิดเป็นร้านค้าขายของชำ เพื่ออำพรางสายจากจากเจ้าหน้าที่ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดนครราชสีมา

ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย พบนางพิมพ์พร หรือติ๋วฯ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาเป็นหญิงชาวไทย อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ซ.เดชอุดม 14 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา แสดงตนเป็นเจ้าของสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดนครราชสีมา ให้ผู้ต้องหาดูแล้วจึงยินยอมให้ตรวจค้น ผลการตรวจค้น พบบุหรี่ของกลาง ซึ่งเป็นบุหรี่ต่างประเทศ ไม่มีแสตมป์ภาษี ซุกซ่อนอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว จำนวน 150 ลัง หรือ จำนวน 1,500,000 มวน (75,000 ซอง) มูลค่า 6.75 ล้านบาท คิดเป็นภาษีที่รัฐสูญรายได้ กว่า 4 ล้านบาท

เมื่อถูกสอบถาม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า บุหรี่ ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อนำมาขายต่อทั้งปลีกทั้งส่งให้กับลูกค้าประจำเพื่อหวังผลกำไร โดยได้สั่งซื้อมาจากชายไทยไม่ทราบชื่อที่แอบลักลอบนำบุหรี่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ ขับรถกระบะมาส่งให้กับตนเองถึงที่บ้าน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนางติ๋วฯ จะได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง พงส.กก.2 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน

1) ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตน พึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ และ

2) ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษี ไม่ครบถ้วนหรือผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตาม พ.ร.บ.สรรพสามิตฯ

โดยสามารถจับกัมได้ที่ บ้านไม่ติดเลขที่ ถนนสืบศิริ ซอย 3/11/8 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 เวลาประมาณ 11.00 น.

สำหรับการกระทำผิดในคดีนี้ พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้สั่งการให้ บก.ปอศ.สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ไปให้ถึงเครือข่ายลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีที่ผู้ต้องหารับของกลางมา พร้อมให้ใช้มาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาด้วย พล.ต.อ.นิรันดรฯ ผอ.ศปบย.ตร. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในห้วงระดมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่หนีภาษีระหว่าง 1 - 15 ก.ค. 69 นั้น ศปบย.ตร. สามารถจับกุมการกระทำผิดทั้งหมดได้จำนวนมาก แบ่งเป็น

- บุหรี่ไฟฟ้า 2,073 คดี ของกลาง 90,756 ชิ้น มูลค่า 22.6 ล้านบาท

- บุหรี่หนีภาษี 260 คดี ของกลาง 369,625 ชิ้น มูลค่ากว่า 24.8 ล้านบาท

- จับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมสารเอโทมิเดต 24 คดี ของกลาง 5,455 ชิ้น มูลค่า 6.9 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ