วานนี้ (26 ก.พ. 2569) เวลา 18.00 น. ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมด้วย พ.ต.ท.การุณย์ ลิมปิโรจนฤทธิ์ รองผกก.สส.สภ.ปากเกร็ด และ พ.ต.ต.ดิลก ลาดศิลา สว.สส.สภ.ปากเกร็ด นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนร่วมกันจับกุมตัว น.ส.แตน (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี และ น.ส.ชาลิสา อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นยายกับหลาน พร้อมของกลาง รถซาเล้งสีแดง 1 คัน โดยสามารถติดตามจับกุมได้ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ภายในซอยเสือใหญ่อุทิศ แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก น.ส.ยุพิน อายุ 49 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความว่า มีผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในร้านห้าแยกหมูกระทะ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุเข้ามาลักทรัพย์จริง ก่อนหลบหนีไป

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามแกะรอยอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสืบทราบว่า ผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ในเพิงพักดังกล่าว กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบ น.ส.แตน ซึ่งไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน และ น.ส.ชาลิสา อายุ 15 ปี อยู่บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัว และสอบถามข้อเท็จจริง ทั้งสองให้การยอมรับว่า เป็นผู้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์จริง

น.ส.แตน ให้การทั้งน้ำตาว่า ปกติจะออกเก็บของเก่าทั่วไป แต่ไม่เคยไปถึงบางบัวทอง โดยวันเกิดเหตุหลานได้เข้าไปเก็บขวดพลาสติกที่ร้านหมูกระทะ และนำเตาหมูกระทะกลับมาด้วย เมื่อตนถามว่าเอามาได้อย่างไร หลานบอกว่าเป็นของที่เจ้าของทิ้งแล้ว ตนจึงนำไปขายตามร้านรับซื้อของเก่าทั่วไป

ด้าน น.ส.ชาลิสา ให้การว่า เห็นเตาหมูกระทะวางอยู่ข้างถังขยะ คิดว่าเจ้าของทิ้งแล้ว จึงหยิบมา 13 ใบ ก่อนนำไปขายรวมกับของเก่าอื่นๆ ขายในลักษณะชั่งกิโลรวมเป็นอลูมิเนียม ได้เงินประมาณ 200 บาท โดยไม่ได้ขายเป็นใบ และไม่มีร้านประจำ เจอร้านไหนก็ขายร้านนั้น เส้นทาง 345 ไม่เคยไป เพราะวิ่งไม่ถูก ปกติจะเก็บกระดาษและขวดพลาสติกเป็นหลัก บางครั้งเจ้าของบ้านก็ให้ของเก่ามา ส่วนกรณีเตาหมูกระทะนั้น เห็นบางใบมีสภาพชำรุดคล้ายถูกความร้อนจนละลาย จึงคิดว่าเป็นของที่ถูกทิ้งแล้วและใส่กระสอบนำกลับมา

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรี รายงาน