เตือนภัยสาวๆ! บุกทลายโกดัง ผ้าอนามัยปลอม ขายว่อนโซเชียล เสี่ยงติดเชื้อ
ข่าวสังคม - โซเชียล

เตือนภัยสาวๆ! บุกทลายโกดัง ผ้าอนามัยปลอม ขายว่อนโซเชียล เสี่ยงติดเชื้อ

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโกดังจัดเก็บผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (ผ้าอนามัย) ไม่มีเลขจดแจ้ง ตรวจยึดของกลาง 13 รายการ จำนวน 1,289,333 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด กก.4 บก.ปคบ. ได้สืบสวนจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้าว่า มีสินค้าที่ผิดกฎหมายมาเก็บไว้ในโกดังในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และกรุงเทพมหานคร จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. ตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

1. สถานที่จัดเก็บสินค้า ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยในวันที่ 8 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลแขวงธนบุรีเข้าตรวจค้น พบ น.ส.อริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง รวมตรวจยึดของกลาง จำนวน 9 รายการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 6 รายการ และวัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวมทั้งสิ้น 1,765 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแต่อย่างใด โดย น.ส.อริยาฯ กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว มีหน้าที่ คอยรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมาจัดเก็บไว้ที่โกดังดังกล่าว แล้วแพ็คส่งตามออเดอร์ที่แอดมินชาวจีนส่งมาให้ในแต่ละวัน ซึ่ง น.ส.อริยาฯ ดำเนินกิจการต่าง ๆ แทนเจ้าของชาวจีน เนื่องจากตนเองมีความชำนาญด้านการแปลภาษาจีน มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 8 เดือน

2. สถานที่จัดเก็บและไลฟ์สด ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร โดยในวันที่ 16 มกราคม 2569  เจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครเข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พบนายฑิตาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดของกลาง รวมตรวจยึดและอายัดของกลางซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 4 รายการ จำนวนทั้งสิ้น 1,287,620 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,000,000 บาท จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง โดยมีการขออนุญาตเพียง 1 เลขจดแจ้ง แต่นำเลขไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ โดยเครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน โดยสั่งผลิตและนำเข้าสินค้าแล้วนำมาเก็บไว้ยังโกดังสินค้าแห่งนี้ เพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย แล้วแพ็คส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 5 เดือน

รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ โดยเป็นผ้าอนามัย จำนวน 11 รายการ รวม 1,288,804 ชิ้น วัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวม 572 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,200,000 บาท

เบื้องต้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558

ฐาน ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ฐาน ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่แสดงฉลากภาษาไทย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฐาน ขายเครื่องสำอางปลอม ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ฐาน ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลสืบหาโกดังจำหน่ายเครื่องสำอางเถื่อน ไม่มีเลขจดแจ้ง นำเข้าไม่ผ่านด่าน อย.และเครื่องสำอางปลอม จนสามารถตรวจยึดและอายัดเครื่องสำอางผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก อย. มีความห่วงใยสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนสุภาพสตรีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับจุดซ่อนเร้นโดยตรงหากใช้ของปลอมหรือของเถื่อน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการระคายเคือง ผื่นคัน หรือการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขอให้ตรวจสอบเลข อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line@FDAThai และขอเตือนผู้ประกอบการให้ขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางให้ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดไม่มียกเว้น หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th Line@FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ บางรายการมีการขอเลขจดแจ้งอย่างถูกต้องเพียง 1 เลข แล้วนำเลขจดแจ้งนั้นไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ จึงขอฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ควรเช็คเลข อย. บนเว็บไซต์สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสังเกตฉลากอย่างถี่ถ้วน ฉลากจะต้องแสดงเป็นภาษาไทย และควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีตัวตน กรณีซื้อออนไลน์ให้ซื้อจากร้านค้าออนไลน์ ที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เรียบร้อย ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพที่ราคาถูกผิดปกติ ฉลากหรือโฆษณาอวดอ้างผลที่เกินจริง ให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านกำลังเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการโฆษณาและได้ของปลอม ของไม่มีคุณภาพ ใช้แล้วอาจเกิดอาการแพ้

โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ ตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก และขอเน้นย้ำกับผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งหลายว่าอย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมายมาจำหน่ายหรือหลอกลวงผู้บริโภคโดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน