จากกรณีสัปเหร่อราย ลุงสนม ในพื้นที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่มีพฤติกรรมรับทำพิธีโกนขนลับยัดลูกกาเลาะใส่ช่องคลอด แล้วยังพบว่ามีการทำพิธีผ่าศพตายทั้งกลม และรับฝังศพทารก แต่กลับมีข้อครหาเรื่องการลักศพเด็ก ไม่ยอมคืนร่างให้กับญาติ ซ้ำร้ายยังมีการก่อเหตุลวนลามและอนาจารผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาว ในระหว่างการทำพิธีอาบน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์นั้น
เวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.พ.69 ที่ ชั้น 27 อาคาร พิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ บิ๊กเต่า รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นัดหมายหญิงผู้เสียหายเพิ่มอีก 6 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคําโดยละเอียด ซึ่งมีผู้เสียหายรายหนึ่งเตรียมนําหลักฐานเป็น ภาพถ่ายบาดแผลที่อวัยวะเพศ ซึ่งเกิดจากการถูกสัปเหร่อใช้มีดโกนขนลับแล้วเหยื่อขัดขืนจนถูกบาด มามอบให้เจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อประกอบสํานวนคดี ที่คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจะพิจารณาตั้งข้อหาสัปเหร่อรายนี้ ว่ากระทําอนาจารหรือเหลอกลวง เพื่อดําเนินคดีให้ถึงที่สุด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยต่อสื่อมวลชน ถึงกรณีดังกล่าวนี้ว่าได้มีการเชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นภัยต่อสังคม เริ่มทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้สอบพยานไปแล้ว 2-3 ปาก และยังมีผู้ที่ไม่กล้าออกมาจึงได้มีการติดต่อประสานงาน เมื่อมาให้ข้อมูลกับตนแล้วก็จะให้ไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบฯ เพราะเป็นคดีที่น่าสนใจและเข้าตามหลักเกณฑ์ และนอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมหลอกล่อเพื่อให้เกิดการบริจาคก็เข้าข่ายการฉ้อโกง เมื่อเหตุเกิดขึ้นหลายๆราย ก็จะกลายเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชน จึงอยากทำให้เป็นอุทาหรณ์กับอีกหลายสำนักที่มีพฤติกรรมดังกล่าวนี้หรือพฤติกรรมล่อแหลมในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนที่เป็นภัยต่อสังคม และให้ความเป็นธรรมกับสัปเหร่อรายนี้ด้วย
ขณะเดียวกันกรณีดังกล่าวนี้ มองว่าอาจจะมีหน้าม้าหรือมีคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ก็ให้พนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีซากศพของเด็กที่ถูกฝังในพื้นที่ของสัปเหร่อจำนวนกว่าหลายร้อยรายนั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน พิสูจน์ได้ว่าเป็นศพที่มีชีวิตมาก่อน ก็จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนต่อไป และคิดว่าน่าจะมีการขุดขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ DNA

เชื่อว่ามีผู้เสียหายมาทำพิธีเป็นจำนวนมากเพราะเปิดมากว่า 10 ปีแล้ว หลายคนอาจไม่กล้ามาแสดงตัวอยากจะพิมพ์วรผ่านสื่อมวลชนว่าใครก็ตามที่ตกเป็นผู้เสียหายและถูกรังแกถูกกระทำและไม่ได้รับความเป็นธรรมขอให้ออกมาเพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายต่อไป
นางวาสนา (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ผู้เสียหายที่เดินทางมาจาก จ.เชียงราย น้องสาวตั้งครรภ์ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนตาย ได้เคยไปร่วมพิธีนำศพไปผ่าท้องเด็กออก และวันนี้ได้นำหลักฐานเอกสารคลิปวีดีโอและคลิปเสียง มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ตนได้เจอกับตัวเองเมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ได้ถูกลวนลามด้วยการกอดและหอมที่ต้นคอ ในวันที่ตนเข้าไปทำพิธีกับสัปเหร่อรายนี้ เมื่อไปถึงกลับถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกว่า 5,000 บาท และยังได้เห็นพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ชอบมาพากล และยังถูกสั่งห้ามไม่ให้นำศพเด็กกลับไปทำพิธีทางศาสนา แต่ให้ฝังไว้ในพื้นที่บ้านของสัปเหร่อ ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการปิดสำนักหรือหยุดพฤติกรรมของสัปเหร่อรายนี้
ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายได้เล่าถึงความกังวลใจ ที่ปัจจุบันสัปเหร่อรายนี้ยังไม่ถูกดำเนินคดีสักที เพราะสิ่งและพฤติกรรมที่ทำถือว่ากระทำผิดตามกฎหมายแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องก่อตั้งมูลนิธิที่ผิดกฎหมาย หรือเรื่องผ่าศพ แยกแม่และเด็กออก หลายคนอาจมองว่าเราวิ่งไปหาเขาเอง.แต่เจตนาของเราคือไม่ได้เข้าไปอาบน้ำแล้วถูกลวนลาม เราแค่อยากเข้าร่วมพิธีอาบน้ำมนต์ แต่การที่สัปเหร่อรายนี้กระทำอนาจารถือว่าเป็นเรื่องที่กระทำผิด อยากให้ได้รับโทษขั้นสูงสุด วันนี้จึงพาเหยื่อผู้เสียหายรายอื่นมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

ด้านผู้เสียหายอีกราย เล่าถึงจุดเริ่มต้นเริ่มในการไปร่วมพิธีกับสัปเหร่อรายนี้ ว่าเจอในสื่อหลายๆช่องทางเมื่อเสิร์ชเข้าไปก็เจอสัปเหร่อที่ทำพิธีเกี่ยวกับการผ่าศพแยกคนตายท้องกลม และทำศพเด็กแรกเกิด มีการกล่าวอ้างว่าเป็นสัปเหร่อหนึ่งเดียวที่ทำเรื่องนี้ มันเลยทำให้เราเกิดความเชื่อและไปทำพิธีที่นี่ และนอกจากนี้ยังมีการกล่าวอ้างว่าเป็นจิตอาสากู้ภัย ไม่มีการเรียกเก็บเงิน แต่เมื่อวานนี้ มีผู้เสียหายที่เข้าไปทำพิธีแต่กลับถูกเรียกเก็บเงินคนละ 200 บาท แต่พอรู้ว่ามีข้อกฎหมายที่มันไม่ถูกต้องมีการพลิกสถานการณ์ บอกกับเหยื่อผู้เข้าไปว่าแล้วแต่จะให้
นอกจากนี้ทางสัปเหร่อเอง ยังมีการกล่าวอ้างเรื่องความเชื่อ หากไม่ทำชีวิตจะตกต่ำ หรือทำอะไรก็ไม่ขึ้น ขณะเดียวกันยังมีการใช้มีดที่ทำผ่าศพอ้างว่าเป็นมีดสื่อในการทำพิธี และนำมาขูดที่ตัวของเหยื่อผู้เข้าไปทำพิธี คล้ายๆการข่มขู่ จนเกิดเป็นบาดแผลห้อเลือด
ทั้งนี้เหยื่อผู้เสียหายหลายรายที่มาในวันนี้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีความเห็นใจเหยื่อผู้ถูกกระทำ อยากให้เร่งดำเนินคดีหรือดำเนินการปิดสำนักของสัปเหร่อรายนี้รวมถึงขุดศพเด็กร้อยกว่ารายเพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ส่วนกรณีที่ น้องแผ่นฟิล์ม นักข่าวช่องหนึ่งได้เข้าไปล่อซื้อโดยการให้นายสนมสัปเหร่อรายนี้ทำพิธีกรรม และได้มีการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสภ. ท้องที่วิเศษชัยชาญ แล้วนั้น บิ๊กเต่า ระบุว่า เมื่อตำรวจกองปราบได้ตั้งคดีและรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็จะต้องเรียกน้องนักข่าวบุคคลดังกล่าวมาให้ปากคำเหมือนกับผู้เสียหายรายอื่นด้วย
ภายหลังบิ๊กเต่า สอบถามข้อมูลจากผู้เสียหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้มอบพระเครื่องเหรียญ หลวงปู่ศิลา พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการจัดสร้างขึ้นจำนวนจำกัด แจกจ่ายเฉพาะข้าราชการตำรวจสอบสวนกลางเท่านั้นให้กับผู้เสียหายเก็บไว้พกติดตัว ก่อนมอบให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. สอบปากคำโดยละเอียดกับผู้เสียหายทั้งหมดเพื่อรวบรวมสำนวนก่อนสรุปคดีตั้งข้อหาสัปเหร่อรายนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน