นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด ให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะไขมันอุดตันในเลือด เตือนประชาชนโดยเฉพาะวัย 40 ปีขึ้นไป ให้สังเกตสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว
หลายคนคิดว่าไขมันในเลือดสูงต้องมีอาการ แต่ความจริงคือ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเลย จนหลอดเลือดตีบไปแล้วเงียบๆ โดยเฉพาะวัย 40+ ไขมัน LDL ที่สูงจะค่อยๆ เกาะผนังหลอดเลือดเหมือนคราบตะกรัน จนวันหนึ่งตันแบบไม่ทันตั้งตัว นี่คือ 5 สัญญาณไขมันอุดตันที่ไม่ควรมองข้ามครับ
1.เหนื่อยง่ายขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงมาก
ถ้าเมื่อก่อนเดินขึ้นบันไดสบาย ๆ แต่ช่วงหลังเริ่มเหนื่อยเร็ว ใจเต้นแรง หายใจไม่เต็มอิ่ม หรือรู้สึกว่าร่างกายหมดแรงง่ายกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าหลอดเลือดหัวใจเริ่มตีบ เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ ไขมัน LDL ที่สะสมจะค่อยๆ ทำให้การไหลเวียนแย่ลง และนี่มักเป็นอาการเตือนแรกๆ ก่อนโรคหัวใจครับ
2.เจ็บแน่นหน้าอก หรือจุกเหมือนมีอะไรมากด
อาการแน่นหน้าอก จุกกลางอก เหมือนมีของหนักทับ หรือเจ็บร้าวไปแขนซ้าย กราม หลัง โดยเฉพาะเวลาออกแรง เครียด หรือเดินเร็ว อาจไม่ใช่กรดไหลย้อนอย่างที่หลายคนคิด แต่มักเป็นสัญญาณหลอดเลือดหัวใจตีบจากไขมันสะสม หากปล่อยไว้เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน ต้องรีบตรวจคลื่นหัวใจและหลอดเลือดครับ
3.ปวดน่องเวลาเดิน แล้วดีขึ้นตอนพัก (Claudication)
ถ้าคุณเดินไกลแล้วปวดน่อง ตึงๆ เหมือนกล้ามจะระเบิด หรือรู้สึกขาหนักผิดปกติ แต่พอหยุดพักแล้วอาการหาย นี่คือสัญญาณคลาสสิกของเส้นเลือดที่ขาตีบจากไขมัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่พอ เป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลายที่มักเกิดร่วมกับหลอดเลือดหัวใจตีบครับ
4.ชาปลายมือปลายเท้า หรือปลายเท้าเย็นผิดปกติ
ไขมันอุดตันทำให้หลอดเลือดตีบ เลือดไหลเวียนไปส่วนปลายลดลง บางคนเริ่มมีอาการชาปลายมือปลายเท้า เท้าเย็น ซีด หรือรู้สึกเหมือนเลือดไม่เดิน รวมถึงแผลเล็กๆ หายช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวานหรือสูบบุหรี่ร่วม ยิ่งเป็นสัญญาณอันตรายครับ
5.มี คราบไขมัน โผล่ตามร่างกายแบบไม่รู้ตัว
บางคนมีปื้นเหลืองรอบเปลือกตา (Xanthelasma) หรือมีตุ่มไขมันตามเอ็น เช่น หลังมือ หลังข้อเท้า หรือข้อศอก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าไขมันในเลือดสูงมานานจนเริ่มสะสมออกมานอกหลอดเลือดแล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือสัญญาณเตือนว่าหลอดเลือดข้างในอาจมีคราบไขมันเกาะอยู่เช่นกันครับ
นพ.เจษฎ์ ยังแนะนำวิธีลดความเสี่ยงไขมันอุดตันในเลือด โดยเน้นว่า ไขมันอุดตันไม่ได้แก้ด้วยการอดอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องลด LDL ควบคู่กับลดการอักเสบในหลอดเลือด
แนวทางที่ควรทำ ได้แก่
- ลดของทอด น้ำมันซ้ำ และไขมันทรานส์ เพราะเป็นตัวเร่งคราบไขมันเกาะผนังหลอดเลือดโดยตรง
- ตัดน้ำหวานและแป้งขัดขาว เพราะน้ำตาลสูงทำให้ LDL ออกซิไดซ์และหลอดเลือดอักเสบง่ายขึ้น
- เพิ่มไขมันดี เช่น โอเมก้า-3 จากปลา อะโวคาโด และน้ำมันมะกอก ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และเพิ่ม HDL
- กินผักและไฟเบอร์ละลายน้ำให้เพียงพอ เช่น ข้าวโอ๊ต ผัก และถั่ว เพื่อช่วยดักจับคอเลสเตอรอลออกทางลำไส้
- เดินหลังอาหารวันละ 10–15 นาที เพื่อลดระดับน้ำตาลหลังมื้ออาหาร และลดการสะสมไขมันในหลอดเลือด
- ตรวจไขมันในเลือดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะรู้เร็ว แก้ทันก่อนหลอดเลือดตีบ
- หลอดเลือดไม่ตันในวันเดียว แต่มันตันจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ทุกวัน และก็ฟื้นได้จากการเปลี่ยนเล็ก ๆ ทุกวันเช่นกันครับ