จากกรณี คนร้ายเป็นชาย อายุ 18 ปี ใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปใน โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนก่อเหตุยิง นาง ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิต ในเวลาต่อมา รวมทั้งมีนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บด้วยอีกราย และจับครู กับนักเรียนเป็นตัวประกัน จนกระทั่งตำรวจปิดล้อมพื้นที่กดดันจนคนร้ายยอมมอบตัว เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (11 ก.พ.69) ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเช้าวันนี้ (12 ก.พ. 2569) ที่ สภ.ทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ ตำรวจยังประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนเสียชีวิต จึงเตรียมพิจารณาเปลี่ยนข้อกล่าวหาตัวนายเขมอนันต์ ผู้ก่อเหตุ ซึ่งตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
ขณะที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรภาค 9 เข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติมภายในโรงเรียน โดยเฉพาะในห้องประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุยิง ผอ. และจับครู-นักเรียน เป็นตัวประกัน ซึ่งทางโรงเรียนประกาศปิดทำการเรียนการสอนเป็นเวลา 2 วัน
ในขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่อยู่ภายในโรงเรียน เล่าถึงพฤติกรรมนายเขมอนันต์ ผู้ก่อเหตุ ว่าในขณะที่มาถึงที่โรงเรียนแล้ว พยายามใช้อาวุธปืนที่ชิงมาได้จากตำรวจ จ่อยิงรปภ.ของโรงเรียนก่อน แต่ใช้อาวุธปืนไม่เป็น ทำให้ รปภ.หนีออกมาได้ พร้อมกับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่อยู่ตรงบริเวณประตูรั้วโรงเรียน ซึ่งในขณะนั้นลูกชายของเธอที่เรียนอยู่ ม.3 อยู่ที่สนามบาสเกตบอล พอรู้เรื่องก็รีบวิ่งหนีปีนรั้วโรงเรียนออกจากทางด้านหลัง

ส่วนเธอนั้นเข้าสังเกตการณ์อยู่ด้านหน้าโรงเรียน ซึ่งในขณะนั้นตัวคนร้ายได้จับนักเรียนเอาไว้เป็นตัวประกัน ผู้อำนวยการโรงเรียน จึงเจรจาก่อนที่จะถูกยิง ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากคนร้ายอยากเจอตัวครูที่ทำโทษน้องสาว ก่อนที่ตำรวจจะเข้าไปควบคุมสถานการณ์และพาผู้อำนวยการโรงเรียนส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนตัวในฐานะพ่อแม่ผู้ปกครองและชาวบ้านในพื้นที่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก และทราบว่าตัวคนก่อเหตุนั้น ก็เคยเป็นอดีตศิษย์เก่าด้วย และที่รับไม่ได้เลยก็คือการประกาศเสียงตามสายข่มขู่ว่า ถ้าครูไม่ออกมาก็จะยิงตัวประกันที่เป็นเด็กนักเรียนเพิ่ม โดยจะให้เล่นจ้ำจี้มะเขือเปาะแปะ ใครแพ้ก็จะถูกยิง ซึ่งพอฟังแล้วรู้สึกรับไม่ได้ในพฤติกรรมนี้ ใจจริงก็อยากให้ตำรวจวิสามัญตั้งแต่ที่เกิดเหตุ เลย
ส่วนตัวเจ้าหน้าที่รปภ. เองก็บอกเหตุการณ์กับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ว่าเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ค่อนข้างที่จะชุลมุน เนื่องจากเป็นช่วงใกล้เลิกเรียนประตูรั้วโรงเรียนจึงเปิดเอาไว้ และคนร้ายก็เข้ามาในจังหวะนั้น จึงรู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น