เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา พ.ต.ต. ศักดิ์สิทธิ์ บุญรับ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี รับแจ้งจากประชาชนว่าเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ถูกรถเก๋งเฉี่ยวชน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุเกิดบนถนนทางหลวงหมายเลข 340 สายตลิ่งชัน–สุพรรณบุรี หมู่ที่ 3 ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์นิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม รถกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลหน้าไม้ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีเทา สภาพด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย โดยมีหญิงอายุ 28 ปี ชาวจังหวัดปทุมธานี เป็นคนขับ ขณะเดียวกันบริเวณด้านหน้ารถพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ถูกชนติดอยู่ ส่วนด้านหลังรถเก๋งห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายนพดล อายุ 72 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
จากการสอบถามคนขับรถเก๋งให้การว่า ขับรถมาจากจังหวัดปทุมธานี มุ่งหน้าไปอำเภอลาดบัวหลวง เพื่อไปรับเพื่อน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่ใกล้จุดกลับรถ ได้ขับตรงมาและมองกระจกด้านซ้าย ก่อนจะหันกลับมามองด้านหน้าอีกครั้ง พบรถจักรยานยนต์ขับมาจากทางด้านซ้ายเพื่อจะเปลี่ยนช่องทางไปด้านขวา ทำให้ตนเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์กระเด็นไปตกอยู่ริมถนน และรถจักรยานยนต์ติดคาอยู่บริเวณหน้ารถเก๋ง
หลังเกิดเหตุได้ลงไปตรวจสอบ พบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด สอบปากคำคนขับรถเก๋ง พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ และให้อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ก่อนประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป
ต่อมาญาติของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอาชีพรับจ้างเฝ้าสวนอยู่ในพื้นที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม โดยในวันเกิดเหตุลุงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่กลับมาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนเสียชีวิตเสียก่อน
ทั้งนี้ญาติยังระบุอีกว่า ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้ง โดยทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งในพื้นที่ จะเดินทางกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยตนเองเสมอ