จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 09.48 น. ที่ผ่านมา รถยนต์เก๋งสีดำ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณทางหลวงชนบทศรีสะเกษ 4041 สี่แยกท้ายหมู่บ้านเพ็ก ต.รังแร้ง อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยผู้ขับรถยนต์เก๋ง ทราบชื่อคือ พระสมพร แก้วศรีจันทร์ อายุ 51 ปี สภาพเมาอย่างหนัก ทรงตัวแทบไม่อยู่ ไม่สวมเสื้อ ใส่เพียงผ้าสบง ขณะผู้เสียชีวิตคือ น.ส.วรวรรณ อินธรรม อายุ 53 ปี ชาวบ้านและญาติพยายามช่วยปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตคาที่

ล่าสุดวันที่ 22 ม.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านผู้เสียชีวิต บ้านเพ็ก ต.รังแร้ง อ.อุทุมพรพิสัย พบว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ครอบครัวได้นำศพตั้งบำเพ็ญกุศลไว้หน้าบ้านตามประเพณี ท่ามกลางญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความอาลัย
นายสุชาติ อายุ 51 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า วันเกิดเหตุพี่สาวไปส่งหลานที่โรงเรียน ก่อนกลับมากินข้าวและบอกว่าจะออกไปทุ่งนา สวนพริก เพื่อถ่ายคลิป ขณะขี่รถออกไปเติมน้ำมัน กลับเกิดอุบัติเหตุขึ้น ตนมาทราบข่าวอีกครั้งหลังมีคนโทรแจ้งว่าพี่สาวถูกรถชนเสียชีวิต รู้สึกเสียใจอย่างมาก รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยัน ไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุ ขอให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะพี่สาวเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร

ด้าน น.ส.พัชรินทร์ อายุ 26 ปี ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย เปิดใจทั้งน้ำตาว่า วันเกิดเหตุตนทำงานอยู่กรุงเทพฯ หลังเลิกกะช่วง 08.00 น. ยังได้แชตพูดคุยกับแม่ตามปกติ กระทั่งมีคนโทรมาแจ้งว่าแม่ถูกรถชนเสียชีวิต รู้สึกช็อกและเสียใจอย่างมาก พร้อมยืนยันเช่นกันว่า จะไม่ให้อภัย และขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเศษชิ้นส่วนรถยนต์กระจัดกระจาย และพบสายรัดสบงตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ใกล้กันได้พูดคุยกับ นางอัมพร บุญเหลือง อายุ 72 ปี เจ้าของร้านขายน้ำมัน เล่าว่า ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาจอดฝั่งตรงข้าม แล้วเดินข้ามถนนมาซื้อน้ำมัน บอกเงินยังไม่พอขอค้างไว้ ตนบอกไม่เป็นไร หลังจากเดินเข้าไปเก็บเงินในบ้านไม่ถึง 1 นาที ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น รีบออกมาดูก็พบว่าผู้ตายถูกรถชนเสียชีวิต ทำให้รู้สึกสงสารและเสียใจอย่างมาก พร้อมวอนขอความเป็นธรรมให้ผู้ตาย เพราะเป็นคนดี เลี้ยงหลานตัวเล็ก
ต่อมาที่ สภ.อุทุมพรพิสัย พ.ต.อ.นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้นำพระสมพรไปลาสิกขา ก่อนควบคุมตัวแจ้งข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถขณะมึนเมาสุรา ซึ่งเป็นโทษหนัก เตรียมนำตัวฝากขังในวันถัดไป ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาขอประกันตัว
จากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์คันก่อเหตุ ไม่มีประกัน พ.ร.บ. ทำให้ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเองทั้งหมด ประวัติผู้ก่อเหตุบวชมาแล้ว 8 พรรษา พำนักที่วัดใน อ.ยางชุมน้อย และเคยเดินทางไป-มาระหว่างหลายอำเภอ โดยรับสารภาพว่าได้ดื่มสุราขาวก่อนเกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวตรวจสอบรถยนต์คันก่อเหตุ พบสภาพพังยับ ล้อหน้าซ้ายหลุด ป้าย พ.ร.บ. หมดอายุตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย. 2564 ภายในรถพบเสื้อผ้าคนทั่วไป ผ้าอังสะ หนังสือสวดมนต์ และคู่มือชาวพุทธตกอยู่ เบื้องต้นยังไม่มีญาติมาแสดงตัวรับรถหรือประกันตัวแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ เวลา 09.48.19 น. บันทึกภาพรถเก๋งของผู้ก่อเหตุขับมาด้วยความเร็ว ก่อนเกิดเสียงชนดังสนั่น และมีชาวบ้านร้องตะโกนให้เข้าไปช่วยผู้เสียชีวิต เป็นอีกหลักฐานสำคัญในคดีนี้ ซึ่งตำรวจยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวอย่างถึงที่สุด.