เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ รายงานว่า พ.ต.ต.ลภัสกฤตา ธาระเลิศ สว.(สอบสวน) สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุพบหญิงเสียชีวิตจากการถูกอาวุธมีดทำร้าย ภายใน โบราณสถาน พระนครศรีอยุธยา หมู่ 9 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.ปองภพ ประสบพิชัย ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา ทราบ ก่อนนำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุ พบศพหญิงสาวนอนพิงกำแพงโบราณสถาน สวมเสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีดำ มีผ้าพันคอสีเทาลายรูปหัวใจ สวมแว่นตา บริเวณแขนซ้ายมีบาดแผลถูกของมีคมกรีด มีเลือดไหลออกจำนวนมาก ตรวจสอบภายในกระเป๋าพบ บัตรประชาชนระบุชื่อ นางสาวกัญญณัช (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 2 ตำบลธาตุ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ยังพบบัตรประกันชีวิต มีดคัตเตอร์ ยาประจำตัว ตั๋วบัตรเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ระบุวันที่ 18 มกราคม และจดหมายเขียนด้วยลายมือของผู้เสียชีวิต ระบุข้อความสั่งเสียให้ญาตินำจักรเย็บผ้าหลายตัวที่ตนมีไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ พร้อมระบุชื่อและเบอร์โทรศัพท์ญาติผู้ติดต่อ
เจ้าหน้าที่ได้กั้นเชือกห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในพื้นที่ เพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด จากการสอบถาม นายอุรกฤษฎ์ มีชูสิน ผู้ดูแลโบราณสถาน ให้การว่า ตนเข้าเวรตั้งแต่ช่วงกลางคืน และได้เดินตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณดังกล่าวในช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ กระทั่งช่วงเช้าประมาณ 06.00 น. ได้เข้าตรวจสอบอีกครั้ง พบหญิงนอนพิงกำแพงโบราณสถานในลักษณะเสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ต่อมา พนักงานสอบสวนได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังญาติตามเบอร์ที่ผู้เสียชีวิตระบุไว้ ทราบว่าเป็นหลานสาว ซึ่งให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับโรคไต มีอาชีพเปิดร้านเย็บผ้าอยู่ย่านมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และเคยโทรศัพท์มาระบายปัญหาเรื่องหนี้สิน พร้อมทั้งบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากเกิดอะไรขึ้น ให้ญาตินำจักรเย็บผ้าที่มีอยู่ไปขายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ อีกทั้งผู้เสียชีวิตเคยแจ้งว่าจะเดินทางมาไหว้พระและท่องเที่ยวที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนจะมาทราบข่าวว่าได้ก่อเหตุทำร้ายตนเองจนเสียชีวิต
ด้านแพทย์เวรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตใช้เชือกรัดบริเวณท่อนแขนซ้าย ก่อนใช้มีดคัตเตอร์กรีดเส้นเลือด ทำให้เสียเลือดมากจนเสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 7–8 ชั่วโมง
พนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อหาช่วงเวลาที่ผู้เสียชีวิตเข้ามาอยู่ในพื้นที่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยัง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดต่อไป
ทีมข่าว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน