วันที่ 15 มกราคม 2569 ความคืบหน้าคดีเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าร่วมประชุมกับแพทย์ของโรงพยาบาล และญาติผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการชันสูตรและยืนยันอัตลักษณ์บุคคลของผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาได้เข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงขั้นตอนและมาตรการในการเยียวยา รวมถึงสิทธิที่ญาติผู้เสียชีวิตพึงได้รับ เพื่อสร้างความเข้าใจและบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสีย
ล่าสุดแพทย์ รพ.มหาราชนครราชสีมา สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตได้แล้ว จำนวน 12 ราย และอนุญาตให้ญาตินำเอกสารติดต่อรับร่างผู้เสียชีวิตกลับภูมิลำเนาไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ซึ่งขณะนี้ยังเหลือร่างที่รอพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 20 ราย
ด้านนายบุญยืน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 71 ปี บิดาของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างถล่มทับขบวนรถไฟ เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุลูกสาวของตนเดินทางมากับญาติอีกหนึ่งคน ซึ่งนั่งอยู่ติดกันบนขบวนรถไฟ โดยมีจุดหมายเพื่อไปร่วมงานฌาปนกิจญาติที่จังหวัดศรีสะเกษ แต่กลับประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตทั้ง 2 คน
นายบุญยืนระบุว่า หลังทราบข่าวอุบัติเหตุ ตนและลูกเขยได้รีบเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษมายังจุดเกิดเหตุเพื่อตามหาร่างลูกสาว แต่ไม่พบในทันที ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทางตนรู้สึกเหมือนมีลางบอกเหตุว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น อีกทั้งยังฝันเห็นรถลักษณะคล้ายรถไฟ มีแสงไฟ แต่ไม่มีล้อ โดยในฝันลูกสาวได้ชวนให้ตนขึ้นรถไฟไปด้วย แต่ตนปฏิเสธไม่ขึ้น ก่อนที่เหตุการณ์จริงจะเกิดขึ้น ทำให้มั่นใจว่าความฝันดังกล่าวเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้า
นอกจากนี้ นายบุญยืนยังเล่าว่า ในคืนที่ผ่านมาได้พักอยู่ในพื้นที่อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา และรู้สึกเหมือนลูกสาวมาหา เนื่องจากได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง จึงเอ่ยบอกออกไปว่าไม่เป็นไร ตอนเช้าพ่อจะพากลับบ้าน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวยังไม่สามารถทำใจยอมรับการสูญเสียได้ โดยนายบุญยืนกล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า ตนประกอบอาชีพเป็นสัปเหร่อมานานหลายสิบปี ผ่านการจัดการร่างผู้เสียชีวิตมานับพันร่าง แต่ไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาจัดการร่างให้กับลูกสาวของตนเอง