เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 10 ม.ค. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักพุ่งชนรถยนต์และรถจยย.ที่จอดข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ติดภายในรถ เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านโจ๊กบางกอก สาขา ป.ผาสุขนิเวศน์ ถ.กาญจนาภิเษก (ขาเข้า) มุ่งหน้าเซ็นทรัลเวสต์เกต ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รีบรุดตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นถนน 3 เลน บริเวณช่องทางคู่ขนาน ถ.กาญจนาภิเษก พบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า แคมรี่ สีเขียว หมายเลขทะเบียน กจ 2477 สระบุรี พุ่งชนรถที่จอดข้างทางและป้ายร้านโจ๊ก ตัวรถกระเด็นขึ้นมาอยู่บนฟุตบาท สภาพรถพังยับทั้งคัน ใต้ท้องรถพบคราบน้ำมันไหลเครื่องออกมาจำนวนมาก ภายในรถพบผู้เสียชีวิต เป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายชาคินพัฒน์ มหากอง อายุ 37 ปี เลขที่ 200/1294 หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี (คนขับ) สวมเสื้อแขนยาวสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ขายาว มีรอยสักเต็มแผ่นหลัง พบบาดแผลบริเวณกระดูกซี่โครงหัก กระดูกชิงกรานหัก มีรอยเจาะเป็นรูบริเวณกลางหลังคาดว่าได้รับบาดเจ็บจากชิ้นส่วนของตัวรถ และบาดแผลบริเวณศีรษะ ร่างติดค้างอยู่ภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง นานกว่า 15 นาที จึงสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ ตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ไฟแช็ก 1 อัน เงินสด 100 บาท ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ซึ่งเป็นผู้โดยสาร (ยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) อายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีเทา ใส่กางเกงขายาวสีขาว สะพายกระเป๋าคาดอก มีบาดแผลบริเวณแขนขวาหัก ขาซ้ายหัก ร่างกระเด็นออกมาอยู่ข้างตัวรถ ขาทั้ง 2 ข้าง พาดอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ถัดมาพบรถจยย. ยี่ห้อยามาฮ่า แกรนด์ฟิลาโน่ สีดำ หมายเลขทะเบียน 9 ขก 4645 กทม. (แผ่นป้ายทะเบียนหลุดหาย) ถัดมาบริเวณริมฟุตบาทด้านหน้ารถคันดังกล่าว พบรถยนต์ถูกชนต่อเนื่องได้รับความเสียหายอีก 3 คัน ได้แก่ 1.รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 นก 1024 กทม. ถูกพุ่งชน สภาพรถพังยับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 2.รถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ หมายเลขทะเบียน 4 ฒข 8673 กทม. สภาพรถพังเสียหายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง 3.รถแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า สีส้ม-เหลือง หมายเลขทะเบียน ทห 508 กทม. สภาพรถถูกชนด้านท้าย บริเวณรอบๆมีเสาป้ายบอกทางจราจรเสียหาย นอกจากนี้มีร่องรอยไถลเป็นทางยาว เศษกระจกแตก และเศษซากรถยนต์กระจัดกระจายอยู่เต็มท้องถนน เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงบางบัวทองต้องปิดการจราจรและเร่งทำความสะอาดเพื่อให้รถสัญจรไปมาได้ และป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ
อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จุด สภ.บางบัวทอง รหัสบัวทอง 011 กล่าวว่า ได้รับแจ้งรถชนกันหลายคัน มีคนเจ็บติดค้างอยู่ภายในรถ 2 ราย ยังมีชีพจรพอมาถึงพบว่าเป็นชายทั้ง 2 ราย เสียชีวิตแล้ว ติดอยู่ฝั่งคนขับ 1 ราย กระเด็นออกมาค้างอยู่ข้างรถอีก 1 ราย ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบ มีคนที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าได้ยินเสียงเบรครถมาแต่ไกล และรถเสียหลักหมุน ส่วนรถจยย.จอดอยู่บนฟุตบาท เจ้าของรถกินโจ๊กอยู่ เท่าที่ดูรถเสียหายมีประมาณ 5 คัน คือ 1.รถจยย. 2.รถเก๋งของผู้เสียชีวิต 3.รถตู้ 4.รถกระบะตู้ทึบ 5.รถแท็กซี่ ส่วนผู้เสียชีวิต ทั้ง 2 ราย อายุประมาณ 40-45 ปี สภาพศพผู้โดยสารด้านข้างคนขับตัวห้อยลงมาจากรถ ส่วนสาเหตุตนคาดว่าน่าจะหักหลบอะไรสักอย่างทำให้รถหมุน
ช่างซ่อมรถ อายุ 28 ปี ที่ได้ยินเสียงเหตุการณ์ กล่าวว่า เหตุเกิดประมาณ 23.00 น. กว่าๆ ตนนั่งซ่อมรถอยู่หน้าร้าน ได้ยินเสียงรถขับมาเร็วและเบรคลากยาว คาดว่ารถเสียหลักหมุน และคนขับเอารถไม่อยู่ คาดว่าคงเมาด้วย ตอนที่ชนแรงมาก วิ่งมาดูก็ช่วยอะไรไม่ได้เพราะคนขับและผู้โดยสารเสียชีวิตคาที่แล้ว ถนนเส้นนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยและถนนมันโล่ง ดึกๆก็ขับกันเร็ว อยากให้เพิ่มความระมัดระวังระมัด
เจ้าของรถตู้ อายุ 45 ปี กล่าวว่า ตนขับรถตู้มาจอดหน้าร้านโจ๊ก ที่มีรถจอดอยู่แล้ว 3-4 คัน เพื่อลงมาทานข้าว ไม่ถึง 15 นาที จากนั้นได้ยินเสียงรถเบรคยาวๆ ก่อนจะพุ่งชนเข้าท้ายรถของตน ทำให้รถตู้สะบัดออก และเสียหลักไปชนรถยนต์คันอื่นต่ออีก 2 คัน คนขับรถเก๋งและผู้โดยสารเสียชีวิต 2 คน ร่วงลงมาอยู่ข้างๆรถแต่ลำตัวยังอยู่ภายใน ตนเกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ รู้สึกใจหาย และรถก็เสียหายหมดเลยทั้งที่เหลือผ่อนอีกเพียง 4 งวด ขณะชนตนไม่เห็นเพราะนั่งอยู่ในร้านโจ๊ก ตนเพิ่งกลับมาจากทำงานและจะกลับบ้านแฟนที่นครชัยศรี ขึ้นทางด่วนบางใหญ่ ตอนนี้รอคุยกับประกันรถ ชั้น 1 แต่รถเสียหายมากไม่รู้ว่าจะซ่อมได้หรือไม่
คนขับรถตู้ทึบ อายุ 41 ปี กล่าวว่า เหตุเกิดประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ตนขับรถมาจากวังน้อย เห็นร้านข้าวเปิดเลยจอดแวะกินข้าวก่อนเข้าบ้าน เห็นรถตัวเองถูกชนก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะรถเพิ่งออกจากอู่มาวิ่งงานส่งพัสดุได้เพียง 2 วัน ตนมาเห็นเหตุการณ์กับตาตอนอยู่หน้าร้านที่ผู้เสียชีวิตร่วงมาข้างรถและนอนนิ่ง ก่อนหน้านั้นก็ได้ยินเสียงเบรคลากยาวมา รถของตนได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน หลังจากนี้คงต้องจอดซ่อมอีกนาน คาดว่าสาเหตุคงมาจากอาการมึนเมา หรือตกใจอะไรซักอย่าง อยากใก้คนใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวัง เพราะคนอื่นเดือดร้อนไม่มีรถทำมาหากิน
นายพงษ์ภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ กล่าวว่า ตนขับรถแท็กซี่มาจอดกินข้าว มีรถกระบะตู้ทึบ และรถตู้มาจอดท้าย กินข้าวไม่ถึง 10 คำ ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่นติดต่อกัน ส่วนรถเก๋งคันที่ชนก็พุ่งขึ้นไปชนป้ายร้านโจ๊กขวางหน้าร้าน มีผู้เสียชีวิต 2 คน ตนไม่กล้าเดินไปดู ผู้หญิงในร้านโจ๊กร้องกรี๊ดเพราะตกใจ ตนรู้สึกใจสั่นมาก รถแท็กซี่ได้รับความเสียหายถูกชนท้าย ซึ่งตนกำลังจะเข้าบ้านแต่หิวเลยแวะข้างทางเพื่อกินข้าวก่อน เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งตนก็จอดรถเกยฟุตบาทแล้ว ส่วนเรื่องอุบัติเหตุก็อยู่ที่คนขับด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวจังหวัด นนทบุรี รายงาน