งานวิจัยฮาร์วาร์ดเผย นิสัยก่อนนอนที่ทำกันเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรคร้ายถึงชีวิต
ข่าวสังคม - โซเชียล

งานวิจัยฮาร์วาร์ดเผย นิสัยก่อนนอนที่ทำกันเป็นประจำ เสี่ยงเป็นโรคร้ายถึงชีวิต

งานวิจัยฮาร์วาร์ดเผย นิสัยก่อนนอนที่ทำกันเป็นประจำ ทำลายคุณภาพการนอน เสี่ยงเพิ่มโรคหัวใจโดยไม่รู้ตัว ซ้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์อีกด้วย เตือนเล็กน้อยก็อันตรายงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบความเชื่อมโยงระหว่าง “แสงสว่างตอนกลางคืน กับ ความเสี่ยงโรคหัวใจ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้ปริมาณแสงเพียงเล็กน้อยในยามค่ำคืนก็อาจส่งผลเสียระยะยาวต่อสุขภาพได้

งานวิจัยนี้ใช้ทั้งการถ่ายภาพสมองและข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างการได้รับแสงประดิษฐ์ในเวลากลางคืนกับความเสี่ยงโรคหัวใจ โดยพบว่า ผู้ที่ได้รับแสงมากกว่ามีระดับ ความเครียดของสมอง สูงขึ้น เกิดการอักเสบในหลอดเลือด และมีโอกาสเป็นโรคหัวใจมากขึ้นดร.เชดี้ อาโบฮาเช็ม หัวหน้าทีมวิจัยด้านหัวใจที่โรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์เจเนอรัล และอาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า

เรารู้ว่าปัจจัยแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศหรือมลพิษทางเสียง สามารถเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจได้ผ่านการเพิ่มความเครียดของระบบประสาทและหลอดเลือด และถึงแม้ มลพิษทางแสง จะพบได้ทั่วไปมาก แต่เรายังรู้น้อยมากว่ามันส่งผลต่อหัวใจอย่างไร”ทีมวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม และมีการวัดระดับแสงที่ได้รับภายในบ้านในช่วงกลางคืน โดยติดตามผลกว่า 10 ปี พบว่า 17% ของผู้เข้าร่วมมีปัญหาโรคหัวใจรุนแรง

ผลปรากฏว่า ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงประดิษฐ์ตอนกลางคืนมากกว่า มีระดับความเครียดของสมองสูงกว่า เกิดการอักเสบของหลอดเลือดมากกว่า และมีความเสี่ยงเกิดเหตุการณ์หัวใจสำคัญสูงขึ้น เพิ่มขึ้นถึง 35% ภายใน 5 ปี และ 22% ภายใน 10 ปี

ดร.อาโบฮาเช็มอธิบายว่า เมื่อสมองรับรู้ถึงความเครียด มันจะส่งสัญญาณกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด และเมื่อเวลาผ่านไปก็อาจนำไปสู่การแข็งตัวของหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง ผลการศึกษายังพบว่า ความเสี่ยงดังกล่าวยังคงอยู่แม้จะควบคุมปัจจัยอื่นๆ เช่น มลพิษทางเสียง และฐานะทางเศรษฐกิจ โดยผู้ที่อยู่ในชุมชนหรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นมีความเสี่ยงสูงที่สุด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังชี้ว่า มลพิษทางแสงไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจ แต่มันอาจมีส่วนเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนทำห้องนอนให้มืดที่สุด หลีกเลี่ยงการใช้จอก่อนนอน และใช้ผ้าม่านทึบหรือผ้าปิดตา

นอกจากนี้ งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า การได้รับแสงภายนอกที่สว่างมากในตอนกลางคืน อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ได้มากกว่าปัจจัยเสี่ยงอื่น เช่น โรคอ้วน ซึมเศร้า หรือโรคไตเรื้อรัง โดยแสงยามค่ำคืนจะรบกวน นาฬิกาชีวิต และทำลายคุณภาพการนอน เมื่อสะสมในระยะยาวก็อาจทำให้เกิดภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญาได้