ยังไม่สลด! อดีตพระเพิ่งสึกอาละวาดซ้ำ ชาวบ้านเอือม เผยเรื่องที่ทนมานาน 10 ปี
ยังไม่สลด! อดีตพระเพิ่งสึกอาละวาดซ้ำ ชาวบ้านเอือม เผยเรื่องที่ทนมานาน 10 ปี
ข่าวภูมิภาค

ยังไม่สลด! อดีตพระเพิ่งสึกอาละวาดซ้ำ ชาวบ้านเอือม เผยเรื่องที่ทนมานาน 10 ปี

ฟังข่าวนี้

จากกรณี พระสุพัฒน์ อายุ 37 ปี มีอาการเมาสุราอย่างหนัก นั่งอยู่บริเวณหน้าวัดพรหมประทานพร ต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พร้อมดื่มเหล้าขาวขณะสวมจีวร ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลานสัก ประสานพระผู้ใหญ่ให้ดำเนินการสึกจนพ้นจากการเป็นพระ หลังเจ้าตัวเผยว่าเกิดความน้อยใจและความเครียดจากการไม่ได้ขึ้นสวดในงานศพตามที่เคยทำ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเจ้าตัวเปิดเพลงเสียงดังรบกวนพิธีสวดอภิธรรมและพระรูปอื่นภายในวัด ก่อนถูกนำตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นางภคมน (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ชาวบ้านท่ามะนาว หมู่ 1 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรลานสัก พร้อมนำหลักฐานเข้าร้องเรียน หลังได้รับความเดือดร้อนจากนายสุพัฒน์ ขจร อายุ 37 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม โดยระบุว่าชายคนดังกล่าวเพิ่งถูกจับสึกจากการเป็นพระเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังมีพฤติกรรมเมาสุราและอาละวาดบริเวณหน้าวัดจนกลายเป็นข่าวดัง แต่หลังกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านได้ไม่นาน ก็กลับมาเปิดเพลงเสียงดังและก่อเหตุอาละวาดอีกครั้ง

นางภคมนเล่าว่า นายสุพัฒน์กล่าวหาว่าตนเป็นผู้แจ้งตำรวจให้มาจับกุม พร้อมแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวใส่ตน รวมถึงชาวบ้านที่สัญจรผ่านหน้าบ้าน จนหลายคนรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าเดินผ่านบริเวณดังกล่าว

ผู้ร้องเรียนระบุเพิ่มเติมว่า ภายในบ้านมีแต่ผู้หญิง ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยและต้องทนกับพฤติกรรมดังกล่าวมานานถึง 10 ปี โดยก่อนหน้านี้นายสุพัฒน์เคยบวชเป็นพระมาแล้วหลายครั้ง แต่เมื่อสึกกลับมาอยู่บ้านก็มักมีพฤติกรรมเมาสุราและอาละวาดซ้ำอีก ทั้งยังเคยทำร้ายมารดาของตนเองจนต้องติดคุกมาแล้วครั้งหนึ่ง

นางภคมนกล่าวว่า ในช่วงที่นายสุพัฒน์ถูกจำคุก ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างรู้สึกสบายใจขึ้น แต่หลังจากกลับออกมา ก็เกิดเหตุอาละวาดในลักษณะเดิมอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ตนเคยถูกนายสุพัฒน์นำขวดมาขว้างใส่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมทั้งด่าทอมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุดยังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แจ้งตำรวจให้เข้าจับกุม ส่งผลให้ตนหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวยังรู้สึกสงสารมารดาของนายสุพัฒน์ เนื่องจากต้องเผชิญกับพฤติกรรมที่ลูกชายด่าทออยู่เป็นประจำ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบและพิจารณาดำเนินการตามข้อกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นกับคนในชุมชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ