เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุสลดภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังนายนพรัตน์ อายุ 19 ปี ถูกกระแสไฟฟ้าดูด ขณะพยายามสูบน้ำท่วมออกจากบ้าน ก่อนเสียชีวิต แม้ญาติและเจ้าหน้าที่จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักที่ถูกน้ำท่วมขัง โดยบริเวณชั้นล่างมีน้ำสูงเลยตาตุ่มขึ้นมาเล็กน้อย เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูเข้าตรวจสอบ พบผู้ประสบเหตุนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ มีเครื่องสูบน้ำแบบไดโว่อยู่ใต้ลำตัวบริเวณระหว่างขา เบื้องต้นพบมีน้ำลายฟูมปาก เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวออกจากจุดเกิดเหตุ ก่อนร่วมกันทำ CPR และประสานทีมกู้ชีพเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้

จากการสอบถาม เด็กหญิงฐิติวรรณ อายุ 14 ปี น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติบ้านหลังนี้มีพี่น้อง 3 คน อาศัยอยู่กับยายรวม 4 คน แต่หลังจากน้ำท่วมบ้าน จึงให้ยายย้ายไปพักอาศัยที่อื่นก่อน เนื่องจากบ้านอยู่ในพื้นที่ต่ำ น้ำจากคลองเมืองไหลเข้ามาตามท่อจนท่วมบ้านมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์
ที่ผ่านมา พี่ชายพยายามใช้เครื่องสูบน้ำไดโว่สูบน้ำออกจากชั้นล่างของบ้าน หวังให้น้ำลดลงเพื่อให้ยายกลับมาอยู่บ้านได้ตามปกติ กระทั่งเช้าวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนเองกับน้องชายพักอยู่ภายในบ้าน ส่วนพี่ชายลงไปสูบน้ำด้านล่าง จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงพี่ชายร้องเรียกชื่อน้องชาย ทำให้ตกใจรีบวิ่งออกไปดู

น้องสาวผู้เสียชีวิต เล่าต่อว่า พี่ชายพยายามบอกไม่ให้เข้าไปใกล้ ขณะนั้นตนเข้าใจว่าพี่ชายถูกไฟฟ้าดูด จึงรีบไปยกคัตเอาต์ตัดกระแสไฟฟ้า ส่วนน้องชายช่วยดึงปลั๊กเครื่องสูบน้ำออก ก่อนจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่เมื่อกลับมาพบพี่ชายอีกครั้งก็ไม่รู้สึกตัวแล้ว
ด้านนายกิตติศักดิ์ มาทอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพว่ามีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูด จึงรีบเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากกำลังจะออกเวร เมื่อไปถึงพบผู้ประสบเหตุนอนคว่ำหน้า โดยมีเครื่องสูบน้ำไดโว่อยู่ระหว่างขา ขณะนั้นมีการตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว แต่ไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตถูกไฟดูดมานานเท่าใด
เจ้าหน้าที่พบว่าผู้ประสบเหตุมีน้ำลายฟูมปาก จึงรีบนำตัวออกมาด้านนอกเพื่อทำ CPR พร้อมประสานรถกู้ชีพเข้าดำเนินการช่วยเหลือต่อ นอกจากนี้ ยังพบรอยคล้ายรอยไหม้บริเวณน่องข้างซ้ายเหนือหัวเข่าขึ้นมาเล็กน้อย เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องสูบน้ำไดโว่ ซึ่งต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง

ในขณะที่ ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว เบื้องต้นเทศบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยจะใช้เงินส่วนตัวเข้าช่วยเหลือครอบครัวก่อนในเบื้องต้น และยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อเร่งตรวจสอบสิทธิการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาล กรณีประชาชนประสบภัยน้ำท่วมและถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิต
นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและส่วนกลาง เพื่อพิจารณาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าเงื่อนไขการได้รับเงินเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ โดยเบื้องต้นมีข้อมูลเกี่ยวกับวงเงินช่วยเหลือประมาณ 2 ล้านบาท แต่ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนเงินหรือสิทธิที่ครอบครัวจะได้รับได้ ต้องรอการตรวจสอบและพิจารณาจากหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อน พร้อมฝากเตือนประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ให้เพิ่มความระมัดระวังการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบน้ำในบริเวณที่มีน้ำขัง เนื่องจากอาจเกิดไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าดูดได้ หากพบเหตุผิดปกติหรือสงสัยว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว ขอให้รีบแจ้งศูนย์ป้องกันเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมของเทศบาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและการดำเนินชีวิตแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อชีวิตจากกระแสไฟฟ้าในพื้นที่น้ำท่วมขัง ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในน้ำ และให้เจ้าหน้าที่ผู้มีความรู้ดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ