วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง หลังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานตามหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 ว่า ในวันที่ 2 ตุลาคม สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านสูงสุดประมาณ 3,010 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ขณะเดียวกัน ยังมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาสมทบ ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,200-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งการระบายน้ำในระดับดังกล่าวจะทำให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 0.40–0.70 เมตร
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ประกอบด้วย
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในอำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร
- จังหวัดอ่างทอง ในอำเภอวิเศษชัยชาญ ป่าโมก ไชโย และเมืองอ่างทอง
- จังหวัดสิงห์บุรี ในอำเภออินทร์บุรี พรหมบุรี และเมืองสิงห์บุรี
- จังหวัดชัยนาท ในอำเภอสรรพยา
ทั้งนี้ การระบายน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำ
ด้าน กอปภ.ก. ได้ประสาน 10 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบกิจการริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและนอกคันกั้นน้ำ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1 ปทุมธานี เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท เฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย รถปฏิบัติการ และชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) ให้สามารถเข้าพื้นที่ได้ทันที หากสถานการณ์มีความรุนแรงหรือขยายเป็นวงกว้าง รวมทั้งเตรียมสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับกรุงเทพมหานคร กอปภ.ก.ได้ประสานให้แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา และประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำ ให้ติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและนอกคันกั้นน้ำติดตามระดับน้ำ รวมถึงประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูง และเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ
ประชาชนสามารถติดตามการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT แจ้งเหตุผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ