เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.(หญิง) ชนันภัสร์ กลมฉ่ำ พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตหน้าบ้านเลขที่ 176 ชุมชนซอยคลองมอญ หมู่ที่ 3 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง บริเวณลานว่างหน้าบ้านพบร่าง นาย วินัย อายุ 54 ปี เจ้าของบ้าน เสียชีวิตในลักษณะกำลังปีนขึ้นบ้านร่างกายเปลือยเปล่า บริเวณเบ้าตาข้างขวาถูกตะปูขนาด 3 นิ้วที่ตอกกับมือจับเครื่องออกกำลังกายติดไว้กับเสา จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยกันนำร่างขึ้นมาชันสูตรเบื้องต้น ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8-10 ชั่วโมง มีเพียงร่องรอยมดกัดและบริเวณกรามล่างขยับได้สันนิฐานว่าน่าจะกระแทกพื้นบ้านออย่างแรง
จากการสอบถามนาย ภุชงค์ อายุ 75 ปี ชาว ต.แคราย. อ. กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อนบ้านเล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 06.00 น. ลูกสะใภ้ได้มาแจ้งตนว่าน้ำประปาที่บ้านไม่ไหล จึงเดินไปดูบริเวณข้อแยกที่บ้านคนตาย เนื่องจากบ้านตนและบ้านผู้ตายใช้ท่อเดียวกัน แต่ตอนไปดูไม่เห็นผู้ตาย เนื่องจากสายตาตนมองเห็นอะไรไม่ค่อยชัด เห็นเพียงท่อ PVC หลุดออกจากข้อต่อ กระทั่งให้ลูกชายไปซื้ออุปกรณ์มาซ่อมแซม เมื่อเดินไปที่บ้านผู้ตายอีกครั้ง ลูกชายบอกว่าผู้ตายยืนอยู่หน้าบ้านในลักษณะคล้ายจะปีนขึ้นบ้าน ลูกชายจึงเดินไปดูพบว่าร่างผู้ตายแข็งแล้ว จึงได้มาโทรศัพท์แจ้งเจาหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยให้มาตรวจสอบ
ทางด้าน นางสาว เยาวเรศ อายุ 56 ปี หลานคนตาย กล่าวว่า ผู้ตายเคยเป็นพนักงานอยู่ในโรงเหล็กแห่งหนึ่ง แต่ออกมานานหลายปีแล้ว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยมาพักอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ตนเดียวและทำอาชีพรับจ้างทั่วไป ก่อนจะมาพบเป็นศพ เมื่อวานนี้ทราบว่าผู้ตายมีอาการท้องเสียตั้งแต่ช่วงเช้าถึงบ่าย 2 ตน ขนาดเดินยังมีอุจาระไหลตามออกมาด้วย กระทั่งช่วงเย็นตนได้เจอกับผู้ตายและได้ให้ผู้ตายไปหาหมอ แต่ผู้ตายไม่ยอมไปจึงบอกให้ไปอาบน้ำชำระร่างกาย เนื่องจากมีกลิ่นอุจาระตลอดเวลา จนกระทั่งรุ่งเช้ามีเพื่อนบ้านบอกน้ำไม่ไหลจึงเดินมาดูและพบร่างผู้เสียชีวิตห้อยอยู่หน้าบ้านแล้ว
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานเบื้องต้นคาดว่า ผู้ตายน่าจะมานั่งอาบน้ำบริเวณหน้าบ้านแล้วพลัดตกลงไปด้านล่าง ประกอบกับผู้ตายท้องเสียจึงไม่มีแรงพยุงตัวเพื่อจะปีนขึ้นบ้าน มีเพียงแรงเกาะพื้นบ้านไว้เพื่อจะพยุงตัวและน่าจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายพยายามจะดีดตัวขึ้นแต่ด้วยพื้นบ้านสูงและแรงไม่มีทำให้ผู้ตายกระแทกกับพื้นบ้านก่อนจะเอนตัวจนใบหน้าไปถูกตะปูเกี่ยวที่เบ้าตาจนไม่มีแรงดิ้นและเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนที่จะบันทึกภาพและลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้นพร้อมมอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง