เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กำชับทุกจังหวัดนำข้อสั่งการจากการประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ซึ่งมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ไปสู่การปฏิบัติ โดยให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เตรียมการแจ้งเตือน อพยพ และจัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ตามที่ ปภ. ได้จัดประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งมีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยในทุกพื้นที่ ปภ. จึงได้เน้นย้ำข้อสั่งการของ นายเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตามข้อสั่งการ ดังนี้
ให้จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม พร้อมกำหนดเกณฑ์การแจ้งเตือนให้ชัดเจน ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนตรวจสอบข้อมูล หากคาดว่าสถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ให้เร่งประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ส่งการแจ้งเตือนผ่านระบบ Cell Broadcast ควบคู่ทุกช่องทางในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และทั่วถึง
ด้านการอพยพ ให้ทบทวนแผนและเตรียมพร้อมปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กอ่อน และกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก พร้อมกำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย การอพยพยานพาหนะรถยนต์ขึ้นที่สูง และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบเส้นทางอพยพล่วงหน้า และเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้พร้อม หากเกิดอุทกภัยต้องจัดให้มีอาหารครบ 3 มื้อ โดยไม่จำกัดจำนวน หากไม่เพียงพอให้ประสานสำนักงาน ปภ. จังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนทันที
ขณะเดียวกันให้เตรียมความพร้อมตรวจสอบเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เรือ รถ เครื่องสูบน้ำ ต้องพร้อมใช้งาน กำหนดจุดติดตั้งในพื้นที่เสี่ยง และเจ้าหน้าต้องพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนในพื้นที่เข้าถึงยากให้ประสานอากาศยานปีกหมุน KA-32 พร้อมของ ปภ. สนับสนุนภารกิจทันที
สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลาย ให้เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน อาทิ อปพร. อส. ชรบ. ช่วยฟื้นฟูบ้านเรือน พื้นที่สาธารณะ พร้อมประสานการประภาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า และประปา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
ส่วนจังหวัดชายฝั่งทะเลให้เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยและการเดินเรือในช่วงคลื่นลมแรง พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ให้เข้าใจสถานการณ์ ส่วนจังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชันและเชิงเขา หากมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง 2-3 วัน และมีความชื้นสัมพัธน์สูง ให้อำเภอและท้องถิ่นเฝ้าระวัง สำรวจพื้นที่เสี่ยง และเตรียมพร้อมอพยพประชาชน
สิ่งสำคัญให้ทุกจังหวัดทบทวนและปรับปรุงแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับความเสี่ยงของพื้นที่ ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และนำแนวปฏิบัติที่ดี Best Practice ของจังหวัดน่าน มาเป็นแนวทางการปฏิบัติงานเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ตามข้อสั่งการของนายเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว