วันที่ 31 สิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบน โดยสถานการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อเนื่องจนถึงวันที่ 2 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและด้านตะวันออก รวมถึงภาคตะวันออก
สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมที่เลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ก่อนเข้าสู่พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศจีนตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง
ประกาศเตือนฉบับที่ 11 ระบุพื้นที่เสี่ยงรวม 40 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในวันนี้ พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณฝนสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม
ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
สำหรับทะเลอันดามันตอนบน คลื่นลมจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว
นอกจากนี้ พายุดีเปรสชันบริเวณชายฝั่งประเทศจีนตอนใต้มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น และคาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 3-4 กันยายน 2569 ขอให้ผู้ที่มีแผนเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง อย่างไรก็ตาม พายุลูกนี้ไม่มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง พร้อมติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่หมายเลข 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก
ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก
ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร ยโสธร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ
ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด