วันที่ 26 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจและแสดงความห่วงใยต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก 3 พี่น้องในพื้นที่ ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลัง น.ส.เจนจิรา เจริญรัมย์ อายุ 23 ปี โพสต์เรื่องราวพร้อมภาพสภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อขอความช่วยเหลือจากสังคม โดยระบุว่า หลังจากแม่เด็กเสียชีวิต ปัจจุบันพ่อของเด็กถูกจำคุก ทำให้เด็กทั้ง 3 คนต้องอาศัยอยู่กันเอง โดยมีญาติและชาวบ้านใกล้เคียงคอยนำอาหารและสิ่งของจำเป็นมาให้เป็นครั้งคราว
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 3 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พบเด็ก 3 พี่น้องอาศัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งสภาพความเป็นอยู่เป็นไปอย่างยากลำบาก บ้านไม่มีไฟฟ้าและไม่มีน้ำใช้ ห้องน้ำไม่สามารถใช้งานได้ เสื้อผ้าหลายส่วนไม่ได้ซักเป็นเวลานาน ขณะที่บริเวณบ้านมียุงจำนวนมาก แต่เด็กๆ ไม่มีมุ้งสำหรับใช้ป้องกันยุงในช่วงกลางคืน

เด็กทั้ง 3 คน ประกอบด้วย ด.ช.วันชัย หรือ น้องวา อายุ 13 ปี, ด.ญ.น้ำหวาน อายุ 11 ปี และ ด.ช.ลีวาย อายุ 9 ปี โดยน้องวา ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต ต้องรับหน้าที่ดูแลน้องๆ ทั้งก่อไฟ หุงข้าว และช่วยจัดหาอาหาร นอกจากนี้ยังออกไปรับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ กับชาวบ้าน เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ส่วน ด.ญ.น้ำหวาน อายุ 11 ปี ยังคงไปโรงเรียน โดยทางโรงเรียนให้ความช่วยเหลือทั้งด้านการเรียนและค่าใช้จ่ายบางส่วน รวมถึงมีอาหารกลางวันให้รับประทาน ขณะที่ ด.ช.ลีวาย อายุ 9 ปี ยังไม่ได้เข้าเรียนและต้องอาศัยอยู่ที่บ้าน

น.ส.เจนจิรา น้าของเด็กและผู้โพสต์เรื่องราว เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พ่อของเด็กเป็นผู้ดูแลลูกทั้ง 3 คน แต่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักเล็กขโมยน้อยและเคยถูกจับกุมหลายครั้ง ทำให้ต้องเข้าๆ ออกๆ เรือนจำ โดยครั้งล่าสุดถูกจำคุก คดีลักทรัพย์ มาประมาณเกือบ 3 สัปดาห์ เมื่อเห็นว่าเด็กต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ตนรู้สึกสงสารและเป็นห่วง จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องราวเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
น.ส.เจนจิรา กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อพ่อของเด็กพ้นโทษออกมา เกรงว่าอาจกลับไปใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ขณะที่ที่ผ่านมาไม่ค่อยยอมรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ และบางครั้งไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้ามาช่วยเหลือเด็ก ทำให้ปัญหาความเป็นอยู่ของเด็กยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเด็กทั้ง 3 คนอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่พ่อยังอยู่ในเรือนจำ พร้อมหาแนวทางระยะยาว ทั้งเรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย สุขอนามัย ความปลอดภัย และการศึกษา เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กันเพียงลำพัง
น.ส.สมโชค ประเสริฐศรี อายุ 47 ปี ญาติซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้กัน กล่าวว่า ช่วงที่พ่อของเด็กถูกจำคุก ตนจะนำข้าวสารและอาหารแห้งมาแบ่งให้เด็กๆ เนื่องจากรู้สึกสงสาร แต่ด้วยภาระหน้าที่จึงไม่สามารถเข้ามาดูแลได้ตลอดเวลา เด็กทั้ง 3 คนจึงต้องช่วยเหลือและดูแลกันเอง

น.ส.สมโชค กล่าวต่อว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความปลอดภัย และได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องลีวายที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือ
ขณะที่ นายสุชิน จันทร์ประโคน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.สะแกซำ กล่าวว่า ผู้นำชุมชนรับทราบปัญหาของครอบครัวนี้มาโดยตลอด และที่ผ่านมาได้พยายามให้ความช่วยเหลือตามกำลัง แต่ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพ่อของเด็กไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ยาก และกลายเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง
จากนี้จะนำเรื่องประสานผู้บังคับบัญชาตามลำดับ รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาแนวทางช่วยเหลือเด็กทั้ง 3 คนโดยเร็ว ทั้งด้านปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต การศึกษา สุขอนามัย และความปลอดภัย