เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 69 เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา ชาวบ้านได้เร่งนำตัวพระอนุสรณ์ อายุ 21 ปี พระลูกวัดท่าสว่าง ต.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ในสภาพที่เลือดอาบใบหน้านำส่งโรงพยาบาลกระสัง เนื่องจากถูกของมีคมบริเวณใต้ขอบตาซ้าย เบื้องต้นหมอเย็บแผล 4 เข็ม แล้วให้กลับวัด
จากการสอบถามพระอนุสรณ์ เล่าว่า ตนเองพึ่งบวชเมื่อช่วงเข้าพรรษา ตอนเกิดเหตุเข้าไปขอกุญแจรถยนต์จาก หลวงตา พระผู้ใหญ่ เพื่อจะนำรถไปขนหินมาใช้งานภายในวัด ทว่าหลวงตาปฏิเสธพร้อมแนะนำให้ใช้รถเข็นแทน เนื่องจากเห็นว่าระยะทางไม่ได้ไกลและต้องการประหยัดน้ำมัน ตอนนั้นยอมรับว่าคำตอบดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับตนเองเป็นอย่างมาก จึงนำไปสู่การโต้เถียงและด่าทอกันอย่างรุนแรงกลางลานวัด

เมื่ออารมณ์ถึงจุดเดือด ตนเองทนไม่ไหวจึงเปิดฉากเหวี่ยงหมัดใส่ใบหน้าของหลวงตาก่อน โดยฝั่งหลวงตาเมื่อถูกทำร้ายจึงชกสวนกลับเพื่อตอบโต้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ตะลุมบอนกันท่ามกลางความตกตะลึงของญาติ โยมผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เข้ามาห้ามปราม นำตนเองส่งโรงพยาบาลกระสัง เนื่องจากใบหน้าถูกของมีคมเลือดอาบ หมอเย็บ 4 เข็ม และบริเวณแขนขวามีบาดแผลถลอก เบื้องต้นตนเองได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กระสัง แล้ว

ด้านพระสันต์ธุ วรวุธโท อายุ 50 ปี ซึ่งมีร่องรอยฟกซ้ำที่บริเวณใบหน้า เล่าว่า ตนเองบวชพระมา 11 พรรษา ช่วงเกิดเหตุพระอนุสรณ์ เดินมาขอกุญแจ รถยนต์จากตนแต่ตนเองไม่ให้ ทำให้พระอนุสรณ์ ไม่พอใจด่าทอตนเองด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย จนเกิดการโต้เถียงกัน หลังจากนั้นพระอนุสรณ์ ได้ปรี่เข้ามาชกตน ตนเองจึงกำก้อนหินใส่มือชกไปที่ใบหน้าแล้วเกิดการตะลุมบอนกัน จนมีชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้ามปราม

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสและพระผู้ใหญ่ในวัดเตรียมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยสงฆ์ของพระทั้งสองรูป เพื่อดำเนินการตามกฎระเบียบและธรรมวินัยต่อไป
