วันที่ 19 สิงหาคม 2569 นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ปริมาณฝนในช่วงวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 พร้อมแจ้งเตือนล่วงหน้าให้เฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มแม่น้ำน่าน ซึ่งมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก
นายนัฐวุฒิ ระบุว่า สาเหตุของฝนตกหนักในครั้งนี้มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ร่องฝน และหย่อมความกดอากาศ ที่พาความชื้นจาก 2 แหล่งเข้ามาปกคลุมพื้นที่จังหวัดน่านและ สปป.ลาว ในช่วงที่บริเวณดังกล่าวมีความชื้นจากร่องความกดอากาศต่ำอยู่แล้ว ส่งผลให้พื้นที่ภูเขาภูคามีฝนตกหนักมากกว่า 238 มิลลิเมตรในบริเวณพื้นที่ค่อนข้างแคบ จนนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในอำเภอปัว จังหวัดน่าน
ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่เป็นดินร่วน และมีพืชปกคลุมซึ่งช่วยชะลอและดูดซับน้ำได้ค่อนข้างน้อย จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่
ทั้งนี้ ลักษณะฝนที่เกิดขึ้นไม่ได้เข้าข่าย “เรนบอมบ์” หรือระเบิดฝน เนื่องจากมีปัจจัยการก่อตัวแตกต่างกัน โดยสถานการณ์ฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่มีความเกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ฝนตกหนักในบางพื้นที่เกิดขึ้นได้บ่อยขึ้น
สำหรับระยะต่อไป คาดว่าฝนที่ตกหนักในระดับ 200 มิลลิเมตรอาจมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงวันที่ 28 สิงหาคม ที่อาจมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
ส่วนพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน ซึ่งได้รับฝนตกหนักจนดินมีความชุ่มน้ำสูงแล้ว แม้หลังจากนี้จะมีฝนตกไม่รุนแรงมาก ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากซ้ำในจุดเดิมได้
ขณะที่ประเด็นที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแนวโน้มเผชิญภัยแล้งสูงขึ้น เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะเริ่มแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ส่งผลให้อากาศหนาวมาเร็วกว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ จากเดิมที่โดยทั่วไปอากาศหนาวจะเริ่มในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ทำให้ภาคอีสานมีโอกาสฝนตกน้อยและเสี่ยงต่อภัยแล้ง ขณะที่ภาคใต้ยังมีแนวโน้มเกิดฝนตกชุก