นี่เหรอคนเป็นแม่! โมโหลูกกินกับข้าวไม่กี่คำ จับลูกสาวมัดเสาบ้าน ราดน้ำร้อนสาหัส เผยชีวิตสุดช้ำก่อนเจอเหตุโหด
นี่เหรอคนเป็นแม่! โมโหลูกกินกับข้าวไม่กี่คำ จับลูกสาวมัดเสาบ้าน ราดน้ำร้อนสาหัส เผยชีวิตสุดช้ำก่อนเจอเหตุโหด
ข่าวภูมิภาค

นี่เหรอคนเป็นแม่! โมโหลูกกินกับข้าวไม่กี่คำ จับลูกสาวมัดเสาบ้าน ราดน้ำร้อนสาหัส เผยชีวิตสุดช้ำก่อนเจอเหตุโหด

ฟังข่าวนี้

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางจันจิรา พัฒนศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเด็กหญิงวัย 15 ปี ถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) จังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับมูลนิธิวันสกาย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังได้รับแจ้งว่า น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ถูกมารดาทำร้ายด้วยการผูกมัดกับเสาบ้าน ก่อนใช้น้ำร้อนราดบริเวณตั้งแต่ท้ายทอยลงมาถึงแผ่นหลัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.เอ เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือบุคคลไร้สัญชาติ บัตรประจำตัวขึ้นต้นด้วยเลข 0 เป็นชาวเมียนมา โดยเด็กเรียนจบเพียงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหยุดเรียนต่อ เนื่องจากถูกมารดาแท้ๆ อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นชาวเมียนมา บังคับให้ออกจากโรงเรียนและไปทำงานรับจ้าง

ก่อนหน้านี้เด็กอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 8 ปี กระทั่งยายเสียชีวิต จึงต้องย้ายมาอยู่กับมารดา โดยตลอดระยะเวลา 7 ปีที่อยู่กับแม่ เด็กถูกดุด่าและใช้ถ้อยคำรุนแรงอยู่เป็นประจำ ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจอย่างมาก

นางจันจิรา กล่าวว่า มารดาของเด็กไม่ได้ประกอบอาชีพ เนื่องจากป่วยเป็นโรคโลหิตจาง และเลิกรากับบิดาของเด็กมานานแล้ว ปัจจุบันอยู่กินกับสามีใหม่และมีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยมารดามีนิสัยอารมณ์ร้อน โมโหง่าย และมีพฤติกรรมติดการพนัน

สำหรับวันเกิดเหตุ มารดาออกไปทำธุระนอกบ้าน เมื่อกลับมาพบว่าอาหารบางส่วนหายไป โดยเด็กยอมรับว่าได้กินหมูไป 2 ชิ้น เนื่องจากต้องรับประทานยา ทำให้มารดาเกิดความโมโห ก่อนใช้เชือกมัดมือและเท้าเด็กไว้กับเสาบ้าน จากนั้นต้มน้ำร้อนและนำมาราดตั้งแต่บริเวณท้ายทอยจนถึงแผ่นหลัง ต่อมาญาติพบเห็นบาดแผลจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ ในวันที่ 24 กรกฎาคม แพทย์เตรียมนำตัวเด็กเข้ารับการผ่าตัดบาดแผลบางส่วน และต้องทำการล้างแผลเพื่อฆ่าเชื้อทุกวัน

นางจันจิรา กล่าวต่อว่า ด้านการช่วยเหลือ มูลนิธิวันสกาย และเทศบาลตำบลลิ่นถิ่น ได้ประสานขอหนังสือ ทร.8 จากที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ เพื่อนำไปใช้ยื่นขอประกันสุขภาพ เนื่องจากเด็กเป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากนายอำเภอและปลัดฝ่ายทะเบียนอำเภอทองผาภูมิในการดำเนินการดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิวันสกาย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมารดาของเด็กแล้ว โดยหลังจากเด็กสิ้นสุดการรักษา ทีม ศรส.จังหวัดกาญจนบุรี จะรับตัวเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พร้อมติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์ จุดทองผาภูมิ เป็นผู้ดูแลเด็กที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด

ในวันเดียวกัน นายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ มอบหมายให้นายนรภัทร รัตนวรายุทธ ปลัดอาวุโสอำเภอทองผาภูมิ เดินทางเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจเด็กที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ โดยพบว่าตามร่างกายมีบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายทั้งที่เกิดขึ้นใหม่และร่องรอยเก่า

ด้าน พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวมารดาของเด็กมาสอบสวนแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1 คดี

หลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วเสร็จ จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ